Search

รวมทุกปรากฏการณ์ของ ชนาคุง ในเจลีก 2018

ย้อนกลับไปวันที่ 29 กรกฎาคม 2017 คอนซาโดเล ซัปโปโร เอาชนะ อุราวะ เรดส์ 2-0 ชนาธิป สรงกระสินธ์ กลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นลีกสูงสุดของญี่ปุ่น…

“ผมคิดว่าเขาคือนักฟุตบอลอันดับ 1 ในอาเซียน” ฮิโรคัตซึ มิกามิ ผู้อำนวยการสโมสรคอนซาโล ซัปโปโร กล่าวไว้ในวันที่ทีมตัดสินใจดึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทีมช่วงเลกสองของฤดูกาล 2017 ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นแรกของเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้ดาวเตะร่างเล็กชาวไทยกลายเป็นที่รัก และได้รับการยอมรับจากแฟนบอลญี่ปุ่นอย่างล้นหลามในเวลาต่อมา

ครึ่งปีแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น ชนาธิป มีส่วนช่วยพา “นกเค้าแมวเมืองเหนือ” รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ และไม่ใช่แค่นั้นเพราะผลงานทำได้ส่งผลให้เจลีกยกให้เขาเป็นนักเตะระดับตำนานคนที่สองต่อจาก ชินจิ คางาวะ ที่เคยแจ้งเกิดกับ เซเรโซ โอซาก้า เมื่อครั้งอดีต และแน่นอนนี่คือคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรตินั้น ซึ่งเขาใช้เวลาแค่ครึ่งซีซั่นเท่านั้น

ฤดูกาล 2018 เริ่มต้นขึ้นเปรียบเสมือนการเดินทางครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก ชูเฮ โยโมดะ มาเป็น มิไฮโล เปโตรวิช เขาเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของทีม และทำให้ “นกเค้าแมวเมืองเหนือ” เปลี่ยนจากทีมหนีตกชั้นในซีซั่นก่อนกลายเป็นท็อปโฟร์ที่เกือบได้ไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ยิ่งไปกว่านั้นเขาทำให้ ชนาธิป มีฤดูกาลอันยอดเยี่ยมที่ได้สร้างความสำเร็จระดับปรากฏการณ์เอาไว้มากมายในขวบปีที่ผ่านมา

และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดของจอมทัพเบอร์ 18 แห่ง คอนซาโดเล ซัปโปโร ในฤดูกาล 2018 ที่เพิ่งปิดฉากลงไป

ยิงประตูแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่นหลังรอมา 7 เดือน

ย้อนกลับไปในเกมที่ ซัปโปโร ยกทัพไปเยือน เซเรโซ โอซาก้า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2018 ในขณะที่ทีมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลังถูกเจ้าบ้านนำห่าง 0-2 โคจิ มิโยชิ ของ ซัปโปโร เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ วิ่งสอดเข้ามาในเขตโทษก่อนลอยตัวโขกเข้าไปอย่างสวยงามพาทีมไล่มาเป็น 1-2 และเป็นการยิงประตูแรกของเจ้าตัวกับการค้าแข้งในเจลีกหลังรอคอยมานานกว่า 7 เดือน

นอกจากนี้ยังเป็นคนไทยคนที่สองที่สามารถทำประตูในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา ที่ทำเอาไว้ในเกมเปิดฤดูกาล 2018 ที่เอาชนะ คอนซาโดเล ซัปโปโร 1-0

ถูกซัปโปโร ซื้อขาดจาก “กิเลนผยอง”

ชนาธิป กลายเป็นศูนย์กลางของ คอนซาโดเล ซัปโปโร เขาคือจอมทัพอันดับหนึ่งของทีมไปแล้วเรียบร้อย โดยช่วงกลางฤดูกาล 2018 หลังทำผลงานที่ยอดเยี่ยมพร้อมซัดไปแล้ว 3 ประตู ทำให้ ซัปโปโร ไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงเขามาร่วมทัพแบบถาวร และทำให้เขากลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ค้าแข้งในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นไม่ใช่ในสัญญายืมตัวอีกต่อไป

ชนาธิปเอฟเฟกต์

การย้ายมาค้าแข้งในเจลีกของทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร บุญมาทัน รวมถึง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ที่เล่นในเจลีก 3 ทำให้มีแฟนบอลชาวไทยติดตามฟุตบอลเจลีกเพิ่มอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา

สถิติดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ย้ายมาเล่นในญี่ปุ่นเมื่อปี 2017 โดยเวลานั้นเพจเจลีกรายงานว่ามีแฟนบอลไทยติดตามฟุตบอลเจลีกมากถึง 30 เท่า จนถูกเรียกว่าปรากฏการณ์ “ชนาธิปเอฟเฟกต์” ก่อนที่ปี 2018 จะเพิ่มขึ้นเป็น 40 เท่าเลยทีเดียว

เปโตรวิช ยกย่องฝีเท้าเทียบเท่าอิเนียสต้า

ก่อนเกมเลกสอง คอนซาโดเล ซัปโปโร มีงานหนักเมื่อต้องเป็นฝ่ายบุกไปเยือน วิสเซล โกเบ ซึ่งมีโครตแข้งระดับโลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า เป็นผู้บัญชาการเกมรุกอยู่นั่นทำให้เกมนัดนั้นตกเป็นที่สนใจทั้งสื่อญี่ปุ่น และแฟนบอลชาวไทยที่กำลังจะได้เห็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงดวลแข้งกับอดีตมิดฟิลด์บาร์เซโลน่า

แน่นอนว่าการเจอกับทีมที่มีนักเตะระดับโลกย่อมเป็นงานที่หนัก และเมื่อ มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือชาวเซอร์เบียร์ ของ คอนซาโดเล ซัปโปโร ถูกสื่อญี่ปุ่นถามถึงความกังวลที่ต้องเจอตัวอันตรายอย่าง อิเนียสต้า เขากับตอบกลับมาว่า “ผมไม่รู้ว่าคุณสังเกตเห็นไหม ในทีมคอนซาโดเล ซัปโปโรก็มี อิเนียสต้า เหมือนกันก็ ชนาธิป ไงล่ะ’”

“ผมคิดว่าชนาธิปอยู่ในระดับเทียบเท่ากับอิเนียสต้า” มิชา กล่าวทิ้งท้ายก่อนเริ่มเกมกับ วิสเซล โกเบ มันแสดงให้เห็นว่าเขาให้ยอมรับในตัวเด็กหนุ่มร่างเล็กคนนี้มากแค่ไหน

กัปตันซัปโปโรยกเบอร์ 10 ให้ใส่

ชนาธิป ยังคงโชว์ฝีเท้าได้ยอดเยี่ยมเขามีทักษะที่มักทำให้คู่แข่ง, แฟนบอลรวมถึงเพื่อนร่วมทีมของเขาเองต้องทึ่งเสมอที่แม้จะมีรูปร่างเล็ก แต่กลับแข็งแกร่ง และเล่นได้โดดเด่นกว่าใครในทีม เขาสามารถทำทุกอย่างให้เกิดขึ้นได้ในปีที่ผ่านมาทั้งการยิงประตู และการผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู

ด้วยฝีเท้าอันยอดเยี่ยมทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในทีมโดยเฉพาะตัวกัปตันอย่าง ฮิโรกิ มิยาซาวะ ที่ถึงขั้นออกปากเองว่าเขาเต็มใจที่จะยกเสื้อเบอร์ 10 ซึ่งหมายถึงตำแหน่งจอมทัพคนสำคัญให้กับ ชนาธิป ไว้ใช้ในฤดูกาล 2019 ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบกลับแข้งรุ่นพี่แบบเขินๆว่าขอตัดสินใจอีกครั้ง

30 นัด 8 ประตู

หากย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ย้ายมาอยู่กับ ซัปโปโร ชนาธิป ต้องตกเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งก่อนจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ และในปี 2018 เขากลายแข้งคนสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในเจลีกได้ยอดเยี่ยมเขาถูกวางเป็นศูนย์กลางของทีมในการสร้างสรรค์เกมรุก ซึ่ง มิไฮโล เปโตรวิช เทรนเนอร์ชาวเซอร์เบียร์ ส่งเขาลงสนามเป็น 11 คนแรกเสมอ โดยตลอดทั้งซีซั่น ชนาธิป ลงเล่นไป 30 นัด ในฐานะตัวจริงทั้งหมด คิดเป็นเวลาทั้งสิ้น 2,641 นาที พร้อมยิงไป 8 ประตู และแอสซิสต์อีก 3 ครั้ง

เกือบพาทีมไปเล่น ACL ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ชนาธิป มีส่วนสำคัญที่พา คอนซาโดเล ซัปโปโร ได้ลุ้นตั๋วไปเล่นรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกของสโมสร ซึ่งตลอดทั้งฤดูกาลเขาบัญชาการเกมรุกได้น่าประทับใจ และเกือบทำให้ทีมไปเล่นถ้วยเอเชียได้สำเร็จจากการยิงประตูพาทีมขึ้นนำ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

เกมดังกล่าวนอกจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะได้ลงดวลแข้งกับ ธีรศิลป์ แดงดา อีกครั้ง ยังเป็นเกมสำคัญของทั้งสองสโมสรที่มีตั๋ว ACL เป็นเดิมพัน ยิ่งไปกว่านั้นจอมทัพเบอร์ 18 ยังทำให้ความฝันของแฟนบอลใกล้เข้าไปอีกขั้นเมื่อเขายิงประตูพาทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 3 และเป็นประตูที่ 8 ของเขาในปีนี้

ทว่าน่าเสียดายที่สุดท้ายถูกทีมของ ธีรศิลป์ ตีเสมอเป็น 2-2 ทำให้ ซัปโปโร ต้องลุ้นให้ คาชิมา แอทเลอร์ส ที่จบอันดับ 3 ของฤดูกาลต้องคว้าแชมป์เอ็มเพอเรอร์ส คัพ มาครองให้ได้เพื่อที่ทีมของ ชนาธิป จะได้ไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีหน้า

คว้า MVP ของสโมสร

ปิดท้ายกันด้วยความสำเร็จล่าสุดหลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา ชนาธิป ได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมทีมให้คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของสโมสรประจำฤดูกาล 2018 คะแนนแซงหน้ากัปตันทีมอย่าง ฮิโรกิ มิยาซาวะ ไปแบบขาดลอยเป็นอันปิดฉากฤดูกาล 2018 ได้อย่างน่าจดจำ

Powered by UFABET


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน