Search

รวมแข้งที่ราเยวัชเคยจับเปลี่ยนตำแหน่งในทัพช้างศึก


ดีขึ้นหรือแย่ลง

ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการจับ สิโรจน์ ฉัตรทอง มาเล่นตัวรับครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์อย่างไร


แต่ก่อนหน้านี้มีนักเตะหลายคนที่เคยถูก มิโลวาน ราเยวัช จับไปเล่นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ของถนัดของตัวเองมาแล้ว ซึ่งก็มีทั้งดี และร้ายแตกต่างกันออกไป จะมีใครกันบ้าง และผลงานเป็นอย่างไรเรารวบรวมมาให้ได้ติดตามกันที่นี่


ธีราทร บุญมาทัน

การเข้ามาของ มิโลวาน ราเยวัช ทำให้นักเตะตัวหลักหลายคนต้องถูกปรับตำแหน่งในสนามใหม่นั่นรวมถึงแบ็คซ้ายเบอร์หนึ่งของไทยอย่างเขาด้วย

เป็นที่รู้กันดีว่า ธีราทร บุญมาทัน คือหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดแห่งยุคเติมเกมได้ยอดเยี่ยมมีทีเด็ดทีขาด และวางบอลได้แม่นยำที่พร้อมจะเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกริมเส้นให้น่ากลัวกว่าเดิม ทว่ากุนซือชาวเซอร์เบียไม่ได้เห็นอย่างนั้นเมื่อมองว่าดาวเตะจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด จะสร้างประโยชน์ให้ทีมได้มากขึ้นเมื่อได้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์แทน

จริงอยู่ที่เขาผ่านบอลได้ยอดเยี่ยม และแม่นยำสามารถถ่ายบอลออกซ้ายขวาเปลี่ยนแกนได้ดี แต่หากเทียบกับตำแหน่งเดิมเมื่อถูกส่งลงเล่นจริงๆแม้ว่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เขาสามารถเพิ่มศักยภาพได้ดีกว่าในการลงเล่นตำแหน่งเดิม เพราะเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าแถมยังโชว์ลูกเก่งอย่างการครอสบอลจากด้านข้างได้ดีกว่าอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังเคยจับเขาขึ้นเป็นเล่นปีกซ้ายด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันก็ยังต้องรอลุ้นว่าในศึกเอเชียน คัพ หนนี้ ราเยวัช จะจับเขาเล่นตำแหน่งใด เพราะแบ็คซ้ายที่มาแทนเขาอย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ กำลังทำผลงานดีวันดีคืนที่อาจจะทำให้กุนซือชาวเซอร์เบียตัดสินใจส่งลงสนามพร้อมกันทั้งคู่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนใดคนหนึ่งถูกจับไปเล่นตำแหน่งอื่นแทน


สรรวัชญ์ เดชมิตร

เขาน่าจะเป็นผู้ที่เคยถูก มิโลวาน ราเยวัช ปรับตำแหน่งเยอะที่สุดในทีมชุดนี้

ผลงานที่ผ่านมาในระดับสโมสรแสดงให้เห็นว่าเขาคือสุดยอดกองกลางจอมสร้างสรรค์เกมที่หาตัวจับยาก และเป็นผู้เล่นสไตล์เชิงสูงเล่นบอลสวยงามวางบอลได้ยอดเยี่ยม แต่ก่อนหน้านี้ในนามทีมชาติเขายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นั่นทำให้กุนซือชาวเซอร์เบียต้องพยายามหาทางปรับเขาไปเล่นตำแหน่งอื่นเพื่อรีดศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่

โดย สรรวัชญ์ เคยถูกปรับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางรวมถึงเพลเมคเกอร์หลังกองหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่อาจเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ ก่อนที่จากนั้นจะถูกจับไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้าย ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดมากนัก เพราะสไตล์การเล่นของกองกลางจาก “แข้งเทพ” คือตัวจ่ายบอลไม่ใช่ตัววิ่งทำเกมด้านข้างยิ่งไปกว่านั้นในตำแหน่งใหม่ดังกล่าวทำให้เขาต้องไล่บอลคู่แข่งมากกว่าเป็นคนครองบอลด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุด ราเยวัช ตัดสินใจหุบเขาเข้ามารับบทจอมทัพอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเมื่อ สรรวัชญ์ เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ผ่านมาเมื่อจัดการแอสซิสต์เป็นว่าเล่น และแทนการขาดหายไปของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้อย่างไร้ที่ติ


ธนบูรณ์ เกษารัตน์

เดิมที ธนบูรณ์ แจ้งเกิดเต็มตัวมากับตำแหน่งกองกลางตัวรับในทีม บีอีซี เทโรศาสน

ธนบูรณ์ เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้ดุดันเข้าบอลหนักหน่วง และเด็ดขาดรวมถึงยังสามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งด้วยการขึ้นไปยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้รุนแรง อย่างไรก็ตามในยุคของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เขาถูกถอยลงมาเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟแทน ซึ่งผลที่ออกมาคือทำได้ยอดเยี่ยมจนกลายเป็นกำลังสำคัญในตำแหน่งนี้ไปโดยปริยาย

หลังการเข้ามาของ มิโลวาน ราเยวัช ด้วยความที่ได้ค้นพบคู่หูเซนเตอร์ฮาล์ฟใหม่อย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่เล่นเข้าขาลงตัวทำให้ ธนบูรณ์ ถูกกุนซือชาวเซอร์เบียจับมาเป็นกองกลางตัวรับอีกครั้ง และทำให้เขาได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยบอกว่าถนัดที่สุดตั้งแต่เล่นมาอีกต่างหาก

ที่สำคัญเขาได้เล่นคู่กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จนท้ายที่สุดกลายเป็นยอดคู่หูมิดฟิลด์ตัวรับที่เปลี่ยนให้ไทยมีแดนกลางที่แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาคอยเก็บกวาดก่อนถึงพื้นที่ด้านหลัง และยังช่วยสร้างสรรค์เกมรุกในบางช่วงได้อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งที่ทำให้ทัพช้างศึกแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง


ชนาธิป สรงกระสินธ์

เราอาจจะเห็นหลายๆเกมที่ ราเยวัช ตัดสินใจเปลี่ยน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ออกจากสนามช่วงท้ายเกมบ่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่กุนซือาวเซอร์เบียต้องการลองแทคติกใหม่ๆ

ขณะเดียวกัน ราเยวัช เองก็เคยต้องการให้ ชนาธิป เล่นในตำแหน่งอื่นนอกจากมิดฟิลด์ตัวปั้นเกมด้วยเช่นกัน โดยในช่วงซ้อมก่อนอุ่นเครื่องกับจีนเขาถูกจับออกไปเล่นเป็นปีกซ้าย ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยเล่นในทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร มาแล้ว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการที่กุนซือชาวเซอร์เบียหวังให้ความคล่องตัวความเร็ว และกานผ่านบอลของ ชนาธิป มาช่วยเดินเกมรุกริมเส้นให้อันตรายมากขึ้น แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่เวิร์คเท่าไหร่เมื่อต่อมาในการแข่งจริงๆเขาก็ถูกจับมาเล่นเป็นจอมทัพของช้างศึกเช่นเดิม

ยิ่งไปกว่านั้นเดิมทีการที่เขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายในทีมซัปโปโรก็ทำให้ดาวเตะเบอร์ 18 ทำอะไรได้ไม่ถนัด ก่อนจะถูกจับมาเล่นเป็นเพลเมคเกอร์ที่ต่อมาได้ทำให้เขาสร้างชื่อกระหึ่มในญี่ปุ่น และเพิ่งสร้างความยิ่งใหญ่เมื่อถูกเลือกติดทีมเจลีก 2018 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ


ศุภชัย ใจเด็ด

หลังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม มิโลวาน ราเยวัช ไม่ลังเลที่จะดึงเขามาร่วมทัพด้วยทันที

แม้วัยจะยังน้อย แต่ฝีเท้าของเขาอันตรายไม่แพ้ใคร เดิมทีในปีที่ผ่านมากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขาเคยถูกจับไปเล่นทั้งกองหน้า และกองกลางตัวรับ ซึ่งก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง และมีส่วนพา “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ก่อนที่ในรายการเอเชียนเกมส์ล่าสุด ศุภชัย ใจเด็ด จะถูกปลุกความเป็นเพชรฆาตดาวยิงอีกครั้งหลังโชว์ผลงานได้ไร้ที่ติในทัวร์นาเม้นดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในทีมของ ราเยวัช ส่วนใหญ่เขาถูกจับไปเล่นริมเส้นรวมถึงกองหน้าฝั่งซ้ายเสียมากกว่าเพื่อเป็นตัวคอยซัพพอร์ทดาวยิงรุ่นพี่อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ถูกวางเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแทน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยมแถมยังยิงประตูในสีเสื้อทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อีกด้วย


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน