Search

ยังเก่งได้อีก!โซลชาชูแรชฟอร์ดมีแวว

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ปรึกษาขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชื่นชม มาร์คัส แรชฟอร์ด

เว็บ UFABET หัวหอกคนเก่งว่ามีดีพอที่จะทาบชั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้วก็ เวย์น รูนี่ย์ ได้ พร้อมชี้ แรชฟอร์ด ฝึกหนักสุดๆ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมฟุตบอลชั่วครั้งคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งแวดวง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อถือว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของกลุ่ม สามารถปรับปรุงฝีเท้าจนถึงขึ้นไปทาบชั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้วก็ เวย์น รูนี่ย์ สมัยก่อน 2 ยอดดาวยิงของ “ปีศาจแดง” ได้

หัวหอกกลุ่มชาติอังกฤษเคยฟอร์มตกอย่างมากจนถึงยิงได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ภายใต้แนวทางการทำกลุ่มของ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่ว่าพอเพียง โซลชา ถูกแต่งตั้งเข้ามาคุมกลุ่มในฐานะผู้จัดการทีมขัดตาทัพช่วงวันที่ 19 เดือนธันวาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แรชฟอร์ด ก็ทำผลงานได้สะดุดตาสุดๆโดยเขาทำเป็นถึง 5 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 6 นัดหมายในสมัยของอดีตกาลดาวยิงชาวประเทศนอร์เวย์

ภายหลังโดนถามคำถามว่าเขามีความรู้สึกว่า แรชฟอร์ด สามารถขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับ โรนัลโด้ แล้วก็ รูนี่ย์ ได้หรือเปล่านั้น โซลชา ก็ตอบว่า “เขาทำเป็นแน่ๆ เขาสามารถเปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลชั้นเลิศได้ ยิ่งคุณทำแต้มได้มากมากแค่ไหน คุณก็ได้โอกาสที่จะมีความเชื่อมั่นเยอะขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่นั้น รวมทั้งได้โอกาสได้ลงเล่นในตำแหน่งเดิมมากเพิ่มขึ้นด้วย ที่เขาทำผลงานได้อย่างดียิ่งมันก็เป็นเพราะว่าเขาฝึกหนักมากมายๆ”

“เขาพึ่งมีอายุเพียงแค่ 21 ปีเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นเขาชี้ให้เห็นว่ามีวุฒิภาวะมากยิ่งกว่าคนอายุ 21 ปีซะอีก แถมยังขยันสุดๆผมทราบมาว่าเขาลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงหลัก 150 นัดหมาย ขณะที่อายุน้อยกว่า โรนัลโด้ กับ รูนี่ย์ ด้วย”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

5 ประเด็นเน้นๆหลังหงส์เฮแบบเดือดจัด

“ลิเวอร์พูล” หงส์แดง ได้ชัยที่อยากได้ หลังบุกไปปราบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-0 ถึงสังเวียนแข้ง ดิ เอเม็กซ์ เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 12 เดือนมกราคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

เว็บ UFABET ถึงแม้เป็นการเชือดหวิว แถมเป็นเกมที่ลุ้นกันจนเหนื่อยไม่น้อยเลย แต่ว่านี่คือชัยที่สื่อความหมายจริงๆเพราะเหตุว่าทำให้สถานการณ์สำหรับในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก กลับมาดูดีอีกรอบ รวมทั้งนี่เป็น 5 ข้อความสำคัญที่ได้จากเกมนี้

  • ได้ความมีชัยที่ปรารถนา

หลังแพ้มาติดๆ2 เกม แน่ๆว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดเป็นการกลับมาเก็บชัยให้ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเกมนี้ หงส์แดง ทำได้สำเร็จ แม้ไม่ใช่ความมีชัยที่สวยงาม แต่ว่าก็นับว่าเป็นชัยชนะที่เรียกความมั่นใจและความเชื่อมั่นกลับมาได้ไม่น้อย แถมเป็นการโยนแรงกดดันให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เปิดบ้านดวล วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส วันจันทร์นี้) ก่อนด้วย

  • เก็บทีมเล็กได้หมด

นี่อาจจะเป็นจุดที่ช่วยส่งให้ “ลิเวอร์พูล” ไปถึงแชมป์เลยก็ได้ เนื่องจากว่านี่เป็นเกมที่ 16 แล้วที่พวกเขาพบกับกลุ่มนอก “ท็อป 5” แล้วก็ผลที่ออกมาคือ…..เก็บชัยได้หมดทั้ง 16 เกม!!! การเอาชนะกลุ่มเล็ก มันอาจมิได้มองดูพิเศษอะไร แต่ว่าอย่าลืมว่า นี่เป็นข้อบกพร่องของ หงส์แดง มาตลอดในตอนก่อนหน้านี้ ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” ทุกคนคงจะทราบกันอยู่แล้ว สำหรับเรื่องที่ว่า หงส์แดง ชอบแจกแต้มให้กลุ่มอ่อนกว่า อย่างไรก็ดีก็จะต้องยกความดีความชอบให้กับที่ปรึกษา เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยยกฐานะให้ หงส์แดง แปลงเป็นทีมที่แน่นอนขึ้น รวมทั้งอีกสองคนที่จะต้องให้เครดิตเป็นพิเศษคือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่างแจ่มแจ้งในช่วงฤดูกาลนี้ ด้วยเหตุว่าสถิติคลีนชีต 13 จาก 22 เกม ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ

  • ยอมรับ ไบรท์ตัน มาดี

หากแม้เกมรุกมองดูไม่มีอะไร แต่ว่าเรื่องเกมรับทำให้เห็นว่า แมตช์นี้ คริส ฮิวจ์ตัน ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน เตรียมความพร้อมมาดีจริงๆรวมทั้งแทบจะมีคะแนนติดมือด้วย เนื่องจากความบกพร่องครั้งเดียวของพวกเขาในเกมนี้คือวิธีการทำเสียจุดลูกโทษแค่นั้น นอกจากนี้พวกเขาทำได้ดีเยี่ยม มองเห็นได้ว่า เกมนี้ หงส์แดง ได้โอกาสเข้าทำแบบจะๆน้อยมาก และก็เล่นกันด้วยความลำบาก ถึงแม้ครอบครองบอลได้มากกว่า 70 เปอร์เซนต์ก็ตาม

  • ซาลาห์ ยังคงเป็นตัวทีเด็ด

มีบ้างที่ฟอร์มตก มีบ้างที่ยิงมิได้ ซึ่งนั่นนับว่าเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากยังไงๆโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ยังคงเป็นตัวความคาดหวังสูงสุดในแนวรุกของ “ลิเวอร์พูล” อย่างในเกมนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าผลที่ได้รับจากการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร แม้ไม่ได้ความสามารถส่วนตัวของ ซาลาห์ ที่พลิกหลบคู่ต่อสู้แล้วก็เรียกจุดลูกโทษให้กลุ่มได้ แล้วก็แน่ๆว่า เขาเป็นคนสังหารเข้าไปอย่างเด็ดขาด นี่เป็นอีกเกมที่ทำให้เห็นว่า “เทพโม” สำคัญมากต่อ หงส์แดง โดยเฉพาะในเกมที่ดูอึดอัดอย่างงี้

  • ฟาบินโญ่ กู้วิกฤติดินแดนหลัง

หากแม้ไม่ใช่บททดลองที่หนักหนาอะไรมากมาย แต่ว่าจำต้องสารภาพว่า เกมนี้ ฟาบินโญ่ ที่ลงเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กอีกครั้ง ทำผลงานได้เยี่ยมเลยทีเดียว ช่วยกลุ่มได้หลายหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนช่วงหลังที่ช่วยบล็อกช่วยตัดบอลได้ดี ส่วนตัวแล้ว เพื่อเป็นการไม่ประมาท หงส์แดง ควรจะดึงกองหลังเข้ามาเสริมบ้างในเดือนนี้ แต่ว่าหากในที่สุดไม่มีดีลไหนเกิดขึ้น ฟาบินโญ่ ก็น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับในการยืนแนวรับคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในตอนที่ทั้ง โจ โกเมซ แล้วก็ โฌแอล มาติป พบเจอปัญหาเจ็บรุมเร้า… ไม่ใช่ลืมชื่อ เดยัน ลอฟเรน นะ แต่ว่าเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์ม ณ ขณะนี้แล้ว ควรจะนั่งสำรองดีกว่า

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

แฟนสเปอร์สงง!ส่ง’เคน’ลงมาเพื่อ?

สาวกไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ งงเป็นไก่ตาแตก เมื่อ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคนเก่งของกลุ่ม ส่งแฮร์รี่ เคน ลงมาแทนเฟร์นานโด ยอเรนเต้ ช่วงที่สกอร์นำห่างถึง 6-0 โดยระบุเป็นการตัดสินใจที่พิลึกสุดๆ

เว็บ UFABET เกมเอฟเอ คัพ ที่สนาม เพรนตัน พาร์ค ระหว่าง เจ้าถิ่นทรานเมียร์ เจอ สเปอร์ส โดยกว่าที่กลุ่มเยี่ยมจะเปิดสกอร์แรกได้จะต้องคอยจนกระทั่งนาทีที่ 40 จากลูกยิงไกลของแซร์จ ออริเย่ร์

แล้วหลังจากนั้นในช่วงหลัง ยอเรนเต้ มารัวสามประตูในตอน 9 นาที ก่อนที่จะออริเย่ร์ และก็ซน ฮึง-มิน จะยิงคนละหนึ่งประตูให้ไก่เดือยทอง ทิ้งห่างสุดกู่ 6-0 แม้ว่าสกอร์นำห่างขนาดนี้แต่ว่าโปเชตติโน่ กลับส่งแฮร์รี่ เคน ศูนย์ตัวเก่งลงไปในสนามแทนดาวยิงสแปนิช ก่อนที่เคน จะชิพบอลผ่านตัวสก็อตต์ เดวี่ส์ เข้าประตูแบบสุดงาม จบให้สเปอร์ส เอาชนะไปได้ 7-0

อย่างไรก็แล้วแต่ เหล่ายิด อาร์มี่ส์ กลับไม่รู้เรื่องในสิ่งที่ผู้จัดการทีมอาร์เจนไตน์ทำ คือส่งเคน ลงไปเพราะเหตุใด ถึงแม้ว่าตอนกลางอาทิตย์จะมีโปรแกรมศึกคาราบาว คัพ รอบรองฯ กับเชลซี รออยู่

สาวกไก่เดือยทองรายหนึ่ง ทวีตว่า “พวกเรามีเกมรอบรองฯ อีก4 วัน แล้วพวกเราจะส่งแฮร์รี่ เคน ลงไปขณะที่นำ 6-0 เนี่ยนะ?? เป็นการตัดสินใจที่ไม่มีสามารถและก็ประมาทที่สุดที่เคยพบเลย”

ตอนที่แฟนบอลรายหนึ่งประชดประชันว่า “ยอเรนเต้ได้พักเพื่อเกมกับเชลซี” หรืออีกคอมเมนต์ที่กล่าวอย่างอารมณ์เสียว่า “จะส่งเคนลงมาทำบ้าอะไร”

โดยในประเด็นนี้เอง โปเชตติโน่ ได้ชี้แจงช่วงหลังจบเกมที่เขาส่งเคนลงไปเป็นเพราะว่า “มันเป็นการให้เกียรติกับคู่แช่ง คงจะไม่มีช่องทางไหนๆแล้วที่พวกเขาจะได้มองเห็นแฮร์รี่ เคนลงไปในสนาม ถ้าหากไม่ใช่เกมนี้(เอฟเอ คัพ)”

“ที่จะต้องส่งเคนลงไปนั้น ด้วยเหตุว่าจะต้องให้ความเคารพต่อกองเชียร์ที่ต้องการมองเห็นเคนลงไปในสนาม ด้วยเหตุว่าเคน เป็นสัญลักษณ์ของวงการบอลอังกฤษ”

“พวกเขาอาจไม่มีช่องทางได้มองเห็นเขาเท่าไรนัก มันเป็นเรื่องจำเป็นที่ได้เห็นเคนลงไปในสนามในเกมนี้”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

3 ทีมหัวตารางพรีเมียร์ลีก


อาวุธลับและจุดอ่อน

ในที่สุดก็แฟนๆบอลทั่วโลกก็เข้าสู่ปีใหม่ซักที และปรากฏว่าทีมที่มีลุ้นแชมป์ในศึกพรีเมียร์ลีกในตอนนี้มีอยู่ 3 ทีมด้วยกัน


ลิเวอร์พูล, สเปอร์ และ แมนฯซิตี้ คือทีมอยู่บนหัวตารางหลังผ่านการแข่งขันไปครึ่งฤดูกาล ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ทำแต้มหิ้งห่าง แมนฯซิตี้ไป 7 แต้ม ขณะที่ไก่เดือยทองดันพลาดท่าไปแพ้ในนัดล่าสุดจนหล่นจากรองจ่าฝูงไปอยู่อันดันสาม

แม้หงส์แดงจะนำเป็นจ่าฝูงอยู่ตอนนี้ แต่เมื่อนับรวมแต้มที่ทีมทำได้ในปี 2018 พวกเขาทำไปได้ 85 แต้ม และด้วยคุณภาพที่ทั้งสามทีมมีอยู่ เชื่อว่าจะเกิดการขับเคี่ยวและเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นไปตลอดจนกระทั่งจบฤดูกาลแน่นอน

และนอกเหนือจากดาวเด่นของทีมที่กำลังฉายแสงอยู่ มีนักเตะอีกคนที่ไม่ได้ถูกพูดถึงหรือยกย่องเท่าที่ควร แม้จะโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมก็ตาม และแม้ทั้ง 3 ทีมจะทำแต้มเหนือทีมที่เหลือในพรีเมียร์ลีก แต่ยังไงซะพวกเขาก็มีจุดอ่อนอยู่ในทีมเหมือนกัน

แล้วใครกันคือผู้ปิดทองหลังพระของ ลิเวอร์พูล, สเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้? และใครคือจุดอ่อนในทีม UFABET จะพาทุกคนไปสำรวจเรื่องนี้กัน

ลิเวอร์พูล

ผู้ปิดทองหลังพระ : เจมส์ มิลเนอร์

ดูเหมือนว่าทุกอย่างในทีมลิเวอร์พูลจะไปได้สวยเลย พวกเขารั้งจ่าฝูงในลีก, ยังไม่แพ้ใคร และ เสียไปแค่ 7 ประตูจาก 19 นัดในลีก ผลที่ได้ก็คือพวกเขาได้รับการสรรเสริญยกย่องจากแฟนบอลทั่วทุกสารทิศ

ผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะทำได้ แต่มองให้ลึกลงไป เจมส์ มิลเนอร์ ก็คือคนที่ผลงานได้ดีแม้จะไม่เป็นดึงดูดจากคนทั่วไปมากนักก็ตาม

สถิติของดาวเตะสารพัดประโยชน์ เขาลงเล่นให้กับหงส์แดงในลีกไป 270 นาทีในฤดูกาลนี้ และสร้างโอกาสในทีมมากมาย มีแค่ซาลาห์ (2.75) และ เชอร์ดาน ชากีรี่ (1.87) เท่านั้น ที่มีค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสใน 90 นาที มากกว่า มิลเนอร์ (1.84)

รวมไปถึง 270 นาทีของมิลเนอร์นั้น เขาทำการบล็อคลูกยิงได้ 2.76 ครั้งต่อเกม มากกว่านักเตะคนไหนในทีมตอนนี้

“เขายังคงเป็นนักเตะสามอันดับแรกที่มีลุ้นคว้านักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของผม” แกเร็ธ ครูกส์ กูรูชื่อดังของบีบีซี กล่าวหลังเกมที่มิลเนอร์โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในตำแหน่งแบ็คขวากับเกมที่พวูล์ฟ ถ้าหากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้จริงๆล่ะก็ ความสำคัญของมิลเนอร์ควรได้รับการยอมรับเท่าๆกับซาลาห์และผู้เล่นคนสำคัญในทีมด้วยเช่นกัน

จุดอ่อน : นาธาเนียล ไคลน์ และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่

สิ่งที่ทำให้หงส์แดงประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ได้ระดับหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ในต้นปีนี้ที่ช่วยขันเกมรับของทีมให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน และ โจเอล มาติป แม้จะเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็ทำได้โอเคเมื่อลงสนามคู่กับฟาน ไดจ์ อย่างไรก็ตาม หากกองหลังชาวดัชต์ดันบาดเจ็บขึ้นมา แนวรับหน้าเก่าทั้งคู่คงได้รับการทดสอบว่าพวกเขาจะมีความมั่นคงแค่ไหน

แต่บางทีปัญหาที่มีมากกว่านั้นคือลิเวอร์พูลมีตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ็คไม่มากนัก ซึ่ง นาธาเนียล ไคลน์ และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ แทบไม่ไดลงเล่นเลย เนื่องจากปัญหาอการบาดเจ็บและตัวเลือกคนอื่นทำได้ดีกว่า

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน สร้างโอกาส 1.64 ครั้งต่อ 90 นาที จากตำแหน่งแบ็คขวาและกลายเป็นฟันเฟื่องสำคัญของคล็อปป์ในการทำเกมรุก เพราะฉะนั้นการที่ทีมจะส่งโมเรโน่ลงสนามก็ดูเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย

ในฝั่งขวาทีมมีการจัดการที่ดีกว่าบ้าง แต่คล็อปป์มักจะเลือกมิลเนอร์ กองกลางของทีมมาเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา มากกว่าไคลน์ที่เป็นแบ็คอาชีพอยู่แล้ว หากเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ไม่สามารถลงสนามได้


สเปอร์

ผู้ปิดทองหลังพระ : เอริค ลาเมล่า

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับสเปอร์ในซัมเมอร์ปี 2013 ดูเหมือนเอริค ลาเมล่า มักจะกลายเป็นผู้ที่ถูกลืมเสมอ จนมีข่าวลือบ่อยครั้งว่าเจ้าตัวต้องการย้ายกลับไปเล่นในอิตาลี ซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นทำให้เขาไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้

ลาเมร่าพลาดการลงสนามไปพอสมควรในฤดูกาลที่แล้ว หลังจากได้รับการผ่าตัดที่สะโพก แต่เขาก็กลับมารยิงประตูได้ในสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล แม้จะเป็นเพียงแค่ 2 ประตูในลีกเท่านั้น และในฤดูกาลนี้ ลาเมล่ายิงให้ทีมมากกว่าปีก่อนถึง 3 เท่าเลย

ใช่แล้ว ปีกชาวอาร์เจนไตน์ยิงไป 6 ลูกในทุกรายการของฤดูกาล 2018-19 และพิสูจน์ว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของไก่เดือยทองอย่างแท้จริง แม้ฟอร์มไม่โดดเด่นเท่าแฮร์รี่ เคน, ซอน เฮือง มิน และ เดเล่ อัลลี่ แต่สถิติของเขาในปีนี้ก็มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ

ดาวเตะวัย 26 ปีเลี้ยงผ่านคู่แข่ง 2.26 ครั้งและยิงประตูไป 4.1 ครั้งต่อ 90 นาทีที่ลงเล่นในลีก ซึ่งมากกว่าผู้เล่นสเปอร์คนไหน มากไปกว่านั้น มีเพียงแค่ แฮร์รี่ เคนเท่านั้น ที่ยิงได้ตรงกรอบต่อ 90 นาทีเท่ากับลาเมล่า ( 2.05 ครั้งต่อ 90 นาที)

จุดอ่อน : เอริค ดายเออร์

มีผู้เล่นมากมายในทีมได้เข้าไปเล่นในรอบลึกๆของฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ทำให้โปเช็ตติโน่ต้องหมุนเวียนนักเตะอย่างหนักตั้งแต่ซัมเมอร์เพื่อให้ทุกคนกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้สถานการณ์ลำบากขึ้นไปอีก แต่ทีมก็ยังจัดการเรื่องนั้นได้ดี แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ดูมีปัญหาที่สุดน่าจะเป็นแดนกลางของทีมจากลอนดอนเหนือ สามประสานอย่าง แฮร์รี่ วิงส์, มุสซ่า ซิสโซโก้ และคริสเตียน อิรีคเซ่น ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ในส่วนกองกลางตัวรับในทีมอย่าง เอริค ดายเออร์ ยังคงปรับปรุงอีกระดับนึงเลย

ดายเออร์ เป็นนักเตะที่พอชชื่นชอบอยู่แล้ว แต่สถิติบ่งบอกว่าถึงเวลาที่พวกเขาต้องหาคนที่ดีกว่ามาแทนที่แล้ว ดายเออร์ชนะการดวลกัน 4.34 ครั้งต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก ซึ่งน้อยกว่าวิงส์ (4.47 ครั้ง/90นาที) ที่ไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องเกมรับซะอีก

มากไปกว่านั้น เดเล่ อัลลี่ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรุกยังแย่งบอลได้มากกว่า (1.83), บล็อคได้มากกว่า (1.96) และเข้าปะทะ (1.47) ดายเออร์ (1.13,1.34,1.13) ใน 90 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังมากในฤดูกาลนี้

ความอเนกประสงค์ของแข้งทีมชาติอังกฤษยังคงมีประโยชน์กับสเปอร์อยู่ก็จริง แต่ในตอนนี้ทีมต้องการกองกลางตัวต่ำที่ออกบอลได้เป็นที่สุด และด้วยอาการบาดเจ็บของมุสซ่า เดมเบเล่ กับ วิคเตอร์ วานยาม่าที่ยังอยู่ อาจจะต้องบังคับให้โปเช็ตติโน่ต้องเสริมนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผู้ปิดทองหลังพระ : แฟร์นันดินโญ่

นอกเหนือจากแนวรุกที่เต็มไปพรสวรรค์และความหลากหลายแล้ว นักเตะที่สำคัญที่สุดของเรือใบสีฟ้าคือคนที่ยืนอยู่หลังพวกเขา และการขาดหายของแฟร์นันดินโญ่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมากเลย

ทีมของกวาร์ดิโอล่าคว้าชัยได้ถึง 71.3 เปอร์เซนต์ยามที่เขามีแฟร์นันดินโญ่ทำหน้าที่เก็บกวาดในแดนกลางให้ แต่เมื่อทีมไม่แข้งชาวแซมบ้าอยู่ตัวเลขก็ตกลงเหลือแค่ 59.3 เปอร์เซนต์เท่านั้น

การขาดหายไปของเขาชัดเจนว่ามีส่วนทำให้ทีมแพ้ต่อ คริสตัล พาเลซ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงคริสมาสต์ ซึ่งทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินสร้างโอกาสจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้ถึง 8 ครั้ง ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ที่ชนะซิตี้ 2-1 และมีแค่ อาร์เซน่อลกับวูล์ฟเท่านั้นที่สร้างโอกาสได้ขนาดนั้นในการเจอกับซิตี้ในฤดูกาลนี้

อดีตกุนซือบาร์เซโลน่าพยายามใช้งาน อิลคาย กุนโดกัน และ ฟาเบียน เดลฟ์ ในตำแหน่งของแฟร์นันดินโญ่ แต่มันไม่ได้ผลเอาซะเลย พวกเขาทำได้ดีในเกมรุกและรับยามที่มีแฟร์นันดินโญ่คุมแดนกลางอยู่ ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าดาวเตะวัย 33 ปีสำคัญแค่ไหน

จุดอ่อน : ฟาเบียน เดลฟ์

อาจจะดูเป็นเรื่องที่รุนแรงไปหน่อยที่จะเลือก เดลฟ์ เป็นจุดอ่อน เมื่อพิจารณาฟอร์มการเล่นอันน่าประหลาดใจของเขาภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า แต่การให้เดลฟ์ลงเล่นในตำแหน่งสำคัญของทีมส่งผลให้เห็นถึงข้อบกพร่องของเขาอย่างชัดเจน เพราะเขาไม่สามารถทำทำหน้าที่ได้อย่างนักเตะคนก่อนหน้านี้ทำไว้ได้

อย่างที่ได้กล่าวไว้ด้านบน กองกลางตัวรับคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ซิตี้ดูอ่อนยวบลงไปยามไม่มีแฟร์นันดินโญ่ และไม่มีนักเตะคนไหนอุดช่องว่างนี้ได้เลย เดลฟ์อาจจะเคยยืนอยู่หน้าแผงหลัง แต่เขาก็ทำได้ไม่ใกล้เคียงกับแฟร์นันดินโญ่ซักเท่าไหร่

ถ้าจะให้แฟร์หน่อย เขาอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อยในการพัฒนาบทบาทกองกลางตัวรับ แต่เมื่อเบนจามิน เมนดี้ได้รับบาดเจ็บ เดลฟ์ก็ถูกใช้งานเป็นหลักในตำแหน่งแบ็คซ้ายมากกว่ากองกลางอยู่แล้ว

แข้งทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้น่าประทับใจในแผงหลัง แต่เขาก็ทำได้ไม่ดีนักในการเติมรุกเหมือนกับที่เมนดี้ทำ โดยแข้งเลือดน้ำหอมสร้างโอกาส 1.22 ครั้งต่อเกมในลีกฤดูกาลนี้ แต่เดลฟ์ทำได้เพียง 0.57 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

เราขอย้ำว่าเดลฟ์ทำได้ดีพอสมควรกับตำแหน่งที่่ไม่คุ้นเคยเลยในทีมเรือใบสีฟ้า แต่แชมป์เก่าอาจจะต้องเสริมทัพในตำแหน่งที่เดลฟ์ลงเล่นซักหน่อย หากพวกเขาต้องการรักษาแชมป์ลีกไว้ให้ได้ในฤดูกาลนี้


Powered by UFABET

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน