Search

ซื้อยกชุด

ซื้อยกชุด จ่ายเท่าไหร่? เปิดราคาชุดใหม่พรีเมียร์ลีก

ซื้อยกชุด

“ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ขึ้นแท่นชมรมที่มีค่าชุดแข่งแพงสุดในบรรดา 20 สมาคมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2019-20 เมื่อซื้อยกชุดอีกทั้งเสื้อ กางเกง แล้วก็ ถุงเท้า

ซื้อยกชุด ตามรายงานของเดลี่ เมล สื่อกีฬาโด่งดังเมืองผู้ดี เผยเนื้อหาราคาชุดชิงชัยใหม่แต่ละสมาพันธ์ของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีฤดูกาลใหม่ทั้งยัง เสื้อ, กางเกง รวมทั้งถุงเท้า ได้บทสรุปว่าชุดท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ภายใต้แบรนด์ไนกี้

ครองแชมป์ราคารวมแพงสุดเป็น 161 ปอนด์ (ราว 6,440 บาท) เสื้อ 90 ปอนด์, กางเกง 55 ปอนด์ แล้วก็ถุงเท้า 16 ปอนด์ เชือดชนะเชลซี จากแบรนด์เดียวกันเฉียวฉิวเพียงแค่ 0.15 ปอนด์ หรือ 6 บาทเพียงแค่นั้น

โดยชุดใหม่กองทัพสิงห์บลูส์ราคารวม 160.85 ปอนด์ (ราว 6,434 บาท) เสื้อ 89.95 ปอนด์, กางเกง 54.95 ปอนด์ รวมทั้งถุงเท้า 15.95 ปอนด์

อันดับ 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบรนด์ อาดิดาส ราคารวม 151.85 ปอนด์ (โดยประมาณ 6,074 บาท) เสื้อ 99.95 ปอนด์ กางเกง 34.95 ปอนด์ ถุงเท้า 16.95 ปอนด์

อันดับ 4 แมนฯ ซิตี้ แบรนด์ พูม่า ราคารวม 146 ปอนด์ (โดยประมาณ 5,840 บาท) เสื้อ 90 ปอนด์ กางเกง 40 ปอนด์ ถุงเท้า16 ปอนด์

อันดับ 5 อาร์เซน่อล แบรนด์ อาดิดาส ราคารวม 145 ปอนด์ (ราว 5,800 บาท) เสื้อ 100 ปอนด์ กางเกง 30 ปอนด์ ถุงเท้า 15 ปอนด์

อันดับ 6 หงส์แดง แบรนด์ นิว บาลานซ์ ราคารวม 137.98 ปอนด์ (ราวๆ 5,519 บาท) เสื้อ 95 ปอนด์ กางเกง 29.99 ปอนด์ ถุงเท้า 12.99 ปอนด์

แม้กระนั้นหากเป็นชุดสำหรับเสื้อเชียร์หรือชุดเกรดแฟนบอลนั้นเป็นชุดของ “ปีศาจแดง” ที่ราคาแพงแพงที่สุดถึง 116.85 ปอนด์ (โดยประมาณ 4,674 บาท)

โดยเสื้อ 64.95 ปอนด์,กางเกง 34.95 ปอนด์ แล้วก็ ถุงเท้า 16.95 ปอนด์ ตามมาด้วย “เรือใบสีฟ้า” 116 ปอนด์ (ราวๆ 4,640บาท) ในตอนที่ “ไก่เดือยทอง” อยู่ชั้น 3 ขายในราคา 111 ปอนด์ (ราวๆ 4,440 บาท)

ส่วน “สิงห์บลูส์” ขายชุดเกรดแฟนบอลอยู่ที่ 110.85 ปอนด์ (โดยประมาณ 4,434 บาท), อาร์เซน่อลขายราคา 108 ปอนด์ (ราวๆ 4,200 บาท)

แล้วก็ “ลิเวอร์พูล” ขายถูกสุดในบรรดากลุ่มท็อปสิกข์ซ์ 102.97 ปอนด์ (ราวๆ 4,118 บาท)

โดยเบิร์นลีย์ เป็นกลุ่มที่ขายชุดแข่งขันเหมาะสมสุดเพียงแค่ 77 ปอนด์ (ราวๆ 3,080 บาท) โดยเสื้อราคา 45 ปอนด์, กางเกง 20 ปอนด์ แล้วก็ ถุงเท้า 12 ปอนด์

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

UFATH วูล์ฟสะกิด

UFATH วูล์ฟสะกิด ม้าลายขอเซ้งต่อ”เคดิร่า”  

UFATH วูล์ฟสะกิด

วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส กลายเป็นข่าวสารว่ากำลังติดต่อไปยัง ยูเวนตุๆส เพื่อไต่ถามความน่าจะเป็นสำหรับในการคว้าตัว ซามี่ เคดิร่า 

UFATH วูล์ฟสะกิด เคดิร่า แปลงเป็นส่วนเกินในกลุ่มของ เมาริสิโอ ซาร์ปรี่ ภายหลังจากกลุ่มพึ่งได้สองมิดฟิลด์อย่าง อารอน แรมซี่ย์ รวมทั้ง อาเดรียน ราบิโอต์

ถึงแม้มิดฟิลด์ชาวเยอรมันจะพึ่งขยายคำสัญญาออกไปถึงปี 2021 เมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา แต่ว่ามีความน่าจะเป็นสูงที่จะถูกขายออกจากกลุ่ม

ปัจจุบัน มีรายงานข่าวสารเปิดเผยว่า วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน ตระเตรียมเข้าพูดจากับ ยูเวนเหม็นตุส เพื่อคว้า เคดิร่า มาสู่กลุ่มเพื่อช่วยสู้ศึก ยูโรป้า ลีก ในช่วงฤดูกาลที่กำลังจะออกเดินทางมาถึง

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

UFATH ฟิออ

UFATH ฟิออ เตรียมทาบ”ญอเรนเต้”ยืนค้ำหน้า

UFATH ฟิออ
UFATH ฟิออ

UFATH ฟิออ รายงานข่าวสารจากสื่อในประเทศอังกฤษเผยออกมาว่า ฟิออเรนว่ากล่าวน่า จัดแจงคว้า เฟร์นานโด ญอเรนเต้ แบบไร้คุณค่าตัว 

UFATH ฟิออ ญอเรนเต้ ยิงไป 8 ประตูจากการลงเล่น 35 นัดหมายรวมทุกรายการในช่วงฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แต่ว่าเจ้าตัวก็มิได้รับข้อตกลงฉบับใหม่จาก สเปอร์ส

ภายหลังจากเพิ่งจะหมดสัญญา กองหน้าวัย 34 ปีกำลังพินิจข้อแนะนำจากกลุ่มอื่นๆรวมทั้งรอคอยข้อตกลง 1 ปีจาก ไก่เดือยทองคำ ด้วยเหมือนกัน

ปัจจุบัน ฟิออเรนติเตียนน่า จัดเตรียมทาบทาม ญอเรนเต้ ให้กลับมาโลดแล่นใน เซเรีย อา อีกทีข้างหลังเคยโชว์ฟอร์มเยี่ยมกับ ยูเวนตุๆส มาแล้ว

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

ของฟรีคุณภาพ

ของฟรีคุณภาพ เอเมรี่จี้บอร์ดดึงอัลเวส

ของฟรีคุณภาพ

อาส สื่อของประเทศสเปน ตีข่าวสาร อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล จี้คนใหญ่โตของกลุ่มให้เซ็นสัญญากับ ดาเนี่ยล อัลเวส แบ็กขวาไม่มีขึ้นตรงต่อให้ได้ แต่ว่าเว้นเสียแต่ “ไอ้ปืนใหญ่” มันก็ยังมีอีกหลายทีมที่แอบมอง อัลเวส อยู่เช่นเดียวกัน

ของฟรีคุณภาพ อูไน เอเมรี่ กุนซือ อาร์เซน่อล ยอดชมรมที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกกับบอร์ดบริหารของกลุ่มว่าให้ยื่นข้อเสนอขอดึง ดาเนี่ยล อัลเวส แบ็กขวาไม่มีขึ้นตรงต่อมาร่วมทัพให้ได้ ตามรายงานของ อาส สื่อมีชื่อเสียงของประเทศสเปน

เอเมรี่ ควรต้องเสริมกองทัพหลายตำแหน่งเพื่อทำให้กลุ่มแกร่งขึ้น ภายหลังฤดูก่อนจบฤดูกาลด้วยการเป็นเพียงแต่ชั้น 5 ในลีก และไม่ได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาล 2019-20 แม้กระนั้น ที่ปรึกษาชาวสแปนิชก็ได้รับงบประมาณเสริมกองทัพในพื้นฐานเพียงแค่ราว 45 ล้านปอนด์ (ราว 1,845 ล้านบาท) กระทั่งทำให้ดูแล้วเขาไม่น่าจะดึงลำแข้งมีชื่อมาร่วมทัพได้มากนัก

แม้กระนั้น การเซ็นสัญญากับ อัลเวส ก็จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับงบประมาณดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะว่าดาวเตะชาวบราสิเลียนหมดสัญญากับ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปแล้ว จนถึงทำให้หน้าแข้งวัย 36 ปี สามารถไปอยู่กับกลุ่มไหนก็ได้แบบไม่มีคุณค่าตัว ซึ่งโน่นก็ทำให้ เอเมรี่ สั่งให้บอร์ดบริหารของกลุ่มรีบปฏิบัติงานในทันที

อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ยังมีกลุ่มดังอีกหลายทีมที่กลายเป็นข่าวสารว่าต้องการเซ็นสัญญากับ อัลเวส เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฯลฯ ซึ่งทั้งยัง 2 กลุ่มที่ว่าก็ได้เทียบ “ไอ้ปืนใหญ่” จากการที่พวกเขาจะได้บู๊ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2019-20 ตอนที่รายของ “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังมี โจเซป กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซืออยู่ในช่วงเวลานี้อีก โดยที่ กวาร์ดิโอล่า เคยร่วมงานกับ อัลเวส ที่ บาร์เซโลน่า มาก่อน

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

UFATH มาแปลก

UFATH มาแปลก ทีมลีกล่างสเปนเปลื่ยนชื่อ

UFATH มาแปลก

เกิดเหตุแปลกๆในลีกระดับ 4 ของประเทศสเปนเมื่อ โมสเตโลส บาลอมพี ประกาศเปลี่ยนแปลงชื่อกลุ่มเป็น แฟล็ท เอิร์ธ เอฟซี ที่แสดงว่า “โลกแบน” เพื่อเผยแพร่แนวคิดที่ว่าโลกของพวกเรามันแบน ไม่ใช่กลมเหมือนที่คนจำนวนไม่น้อยคิด

UFATH มาแปลก ชมรมในลีกระดับ 4 ของประเทศสเปน แปลงชื่อสมาคมของพวกเขาจากเดิม โมสเตโลส บาลอมพี ให้เป็น “แฟล็ท เอิร์ธ เอฟซี” ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “โลกแบน” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นวิถีทางสำหรับในการเผยแพร่แนวความคิดของผู้ครอบครองกลุ่มที่มั่นใจว่าโลกแบน

ในอดีตกาลคนไม่ใช่น้อยเคยมั่นใจว่าโลกแบน รวมทั้งถ้าเกิดเดินทางไปสุดขอบทะเลก็จะตกจากโลก ซึ่งพอเพียงมีการเสนอแนวความคิดแล้วก็หลักฐานที่ว่าอันที่จริงแล้วโลกกลมขึ้นมามันก็มีการคัดค้านกันอยู่พักหนึ่ง จนถึงสุดท้ายแล้วคนโดยมากก็คิดว่าโลกของพวกเราเป็นทรงกลม

อย่างไรก็แล้วแต่ จนกระทั่งในช่วงเวลานี้มันก็ยังมีผู้ที่มั่นใจว่าโลกแบนอยู่ รวมทั้งผู้ครอบครองกลุ่ม แฟล็ท เอิร์ธ เอฟซี ก็เป็นเลิศในกรุ๊ปดังที่กล่าวถึงแล้ว โดยนอกเหนือจากการที่จะแปลงชื่อกลุ่มเพื่อแสดงความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อแนวคิดที่ว่าแล้วนั้น เขายังเปลี่ยนแปลงโลโก้กลุ่มให้เป็นรูปโลกที่แบนเสมือนแผ่นดิสก์ด้วย

ด้าน ฆาบี โปเวส ประธานของกลุ่ม กล่าวผ่านเว็บอย่างเป็นทางการของสมาคมว่า “พวกเราเป็นสมาคมบอลอาชีพในลีกระดับ 4 ของประเทศสเปน แล้วก็พวกเราเกิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของหลายล้านผู้ที่เคลื่อนเพื่อประกาศว่าโลกแบน รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์รวมให้เหล่าผู้ที่กำลังมองหาคำตอบของพวกเขาอยู่”

“บอลเป็นกีฬายอดนิยมเยอะที่สุดในโลก แล้วก็ส่งผลกระทบกับคนทั่วทั้งโลกเยอะที่สุดด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวการผลิตชมรมที่อุทิศให้การขยับเขยื้อนเพื่อประกาศว่าโลกแบนก็เลยเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะทำให้แนวความคิดที่ว่านี้ได้ปรากฎบนสื่ออยู่เรื่อยนี่จะยังเป็นชมรมบอลที่แรกที่เชื่อมโยงกับแนวความคิดรวมทั้งไอเดียเป็นหลัก ไม่ใช่กับสถานที่ใดสถานที่หนึ่งด้วย”

“สมาคมบอลอาชีพน่ะมิได้เป็นข้าวของของชาติเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังเป็นของเมืองด้วย แฟล็ท เอิร์ธ เอฟซี เป็นชมรมบอลที่แรกที่แฟนบอลของกลุ่มต่างก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยสิ่งที่จำเป็นที่สุด โน่นเป็นเรื่องของแนวความคิด”

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

UFATH แมนยูโอเค

UFATH แมนยูโอเค มั้ย! ยูเวนตุสคิดแถมดาวเตะตัวจี๊ดข้อเสนอซื้อป็อกบา

UFATH แมนยูโอเค

ยูเวนตุส สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่ที่เวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คิดแผนที่จะใส่นักฟุตบอลเกมรุกเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อเสนอแนะขอซื้อ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมกองทัพโดย มิโน่ ไรโอล่า คนกลางของ ป็อกบา ได้พูดจากับ “เบียงวัวเนรี่” แล้วเหมือนกัน

UFATH แมนยูโอเค ป็อกบา กลายเป็นข่าวสารย้ายกลุ่มอย่างมากตั้งแต่ที่เคยแสดงทีท่าว่าต้องการไปซบ เรอัล มาดริด เมื่อตอนมีนาคมก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยูเวนตุส ลงมาร่วมกลุ่มล่าตัวดาวเตะชาวประเทศฝรั่งเศสด้วย แล้วก็หน้าแข้งวัย 26 ปีพึ่งบอกเองว่ามันบางครั้งก็อาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าใหม่ๆแล้ว

จนกระทั่งปัจจุบัน กัลโช่แมร์ค้างโต้ สื่อของเมืองมะกะโรนี กล่าวว่า ยูเวนตุส เอาจริงเอาจังกับการดึง ป็อกบา กลับไปอยู่กับกลุ่มมากมายๆกระทั่งคิดที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินปริมาณหนึ่ง พร้อมทั้งแถม คอสต้า ไปให้ด้วย ซึ่ง ฟาบิโอ ขว้างราตำหนิชี่ กับ พาเวล เนดเวด 2 ผู้บริหารระดับสูงของ ยูเวนตุส บอกให้ดาวเตะเลือดแซมบ้าเข้าใจดีแล้วว่าสมาพันธ์ปรารถนาปลดปล่อยเขาออกมาจากกลุ่ม ทำให้ลำแข้งวัย 28 ปีฉงนใจพอสมควรด้วยเหตุว่าเขาต้องการอยู่พิสูจน์ตนเองให้ เมาริสิโอ ซาร์ปรี่ เทรนเนอร์คนใหม่ของกลุ่มมีความเห็นว่าตนเองมีดีพอที่จะอยู่กับกลุ่มถัดไป

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าถึง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะยังอยากได้ คอสต้า ไปร่วมกองทัพ แต่ว่าเวลานี้ ยูเวนตุส พากเพียรที่จะเอาเขามาเป็นเยี่ยมในตัวช่วยสำหรับเพื่อการขอซื้อ ป็อกบา มากยิ่งกว่าแนวทางการขายเขา โดย มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ป็อกบา ได้สนทนากับผู้แทนของ ยูเวนตุส ไปแล้วด้วย

ดังนี้ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อโด่งดังของอังกฤษรายงานข่าวสารว่าปัจจุบันนี้ ยูเวนตุส แน่ใจว่าจะดึงลำแข้งเลือดน้ำหอมกลับไปอยู่กับกลุ่มได้ ถึงแม้ว่าจะคนจำนวนไม่น้อยจะคิดว่า เรอัล เป็นเต็ง 1 ที่กำลังจะได้ตัว ป็อกบา ไปเสริมแข็งก็ตาม

ทางเข้า ufabet , สมัคร ทางเข้า ufabet , สูตรแทงบอล ทางเข้า ufabet , แทงบอลออนไลน์ ทางเข้า ufabet , แทงบอลเงินสด ทางเข้า ufabet

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

3 ทีมหัวตารางพรีเมียร์ลีก


อาวุธลับและจุดอ่อน

ในที่สุดก็แฟนๆบอลทั่วโลกก็เข้าสู่ปีใหม่ซักที และปรากฏว่าทีมที่มีลุ้นแชมป์ในศึกพรีเมียร์ลีกในตอนนี้มีอยู่ 3 ทีมด้วยกัน


ลิเวอร์พูล, สเปอร์ และ แมนฯซิตี้ คือทีมอยู่บนหัวตารางหลังผ่านการแข่งขันไปครึ่งฤดูกาล ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ทำแต้มหิ้งห่าง แมนฯซิตี้ไป 7 แต้ม ขณะที่ไก่เดือยทองดันพลาดท่าไปแพ้ในนัดล่าสุดจนหล่นจากรองจ่าฝูงไปอยู่อันดันสาม

แม้หงส์แดงจะนำเป็นจ่าฝูงอยู่ตอนนี้ แต่เมื่อนับรวมแต้มที่ทีมทำได้ในปี 2018 พวกเขาทำไปได้ 85 แต้ม และด้วยคุณภาพที่ทั้งสามทีมมีอยู่ เชื่อว่าจะเกิดการขับเคี่ยวและเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นไปตลอดจนกระทั่งจบฤดูกาลแน่นอน

และนอกเหนือจากดาวเด่นของทีมที่กำลังฉายแสงอยู่ มีนักเตะอีกคนที่ไม่ได้ถูกพูดถึงหรือยกย่องเท่าที่ควร แม้จะโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมก็ตาม และแม้ทั้ง 3 ทีมจะทำแต้มเหนือทีมที่เหลือในพรีเมียร์ลีก แต่ยังไงซะพวกเขาก็มีจุดอ่อนอยู่ในทีมเหมือนกัน

แล้วใครกันคือผู้ปิดทองหลังพระของ ลิเวอร์พูล, สเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้? และใครคือจุดอ่อนในทีม UFABET จะพาทุกคนไปสำรวจเรื่องนี้กัน

ลิเวอร์พูล

ผู้ปิดทองหลังพระ : เจมส์ มิลเนอร์

ดูเหมือนว่าทุกอย่างในทีมลิเวอร์พูลจะไปได้สวยเลย พวกเขารั้งจ่าฝูงในลีก, ยังไม่แพ้ใคร และ เสียไปแค่ 7 ประตูจาก 19 นัดในลีก ผลที่ได้ก็คือพวกเขาได้รับการสรรเสริญยกย่องจากแฟนบอลทั่วทุกสารทิศ

ผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะทำได้ แต่มองให้ลึกลงไป เจมส์ มิลเนอร์ ก็คือคนที่ผลงานได้ดีแม้จะไม่เป็นดึงดูดจากคนทั่วไปมากนักก็ตาม

สถิติของดาวเตะสารพัดประโยชน์ เขาลงเล่นให้กับหงส์แดงในลีกไป 270 นาทีในฤดูกาลนี้ และสร้างโอกาสในทีมมากมาย มีแค่ซาลาห์ (2.75) และ เชอร์ดาน ชากีรี่ (1.87) เท่านั้น ที่มีค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสใน 90 นาที มากกว่า มิลเนอร์ (1.84)

รวมไปถึง 270 นาทีของมิลเนอร์นั้น เขาทำการบล็อคลูกยิงได้ 2.76 ครั้งต่อเกม มากกว่านักเตะคนไหนในทีมตอนนี้

“เขายังคงเป็นนักเตะสามอันดับแรกที่มีลุ้นคว้านักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของผม” แกเร็ธ ครูกส์ กูรูชื่อดังของบีบีซี กล่าวหลังเกมที่มิลเนอร์โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในตำแหน่งแบ็คขวากับเกมที่พวูล์ฟ ถ้าหากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้จริงๆล่ะก็ ความสำคัญของมิลเนอร์ควรได้รับการยอมรับเท่าๆกับซาลาห์และผู้เล่นคนสำคัญในทีมด้วยเช่นกัน

จุดอ่อน : นาธาเนียล ไคลน์ และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่

สิ่งที่ทำให้หงส์แดงประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ได้ระดับหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ในต้นปีนี้ที่ช่วยขันเกมรับของทีมให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน และ โจเอล มาติป แม้จะเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็ทำได้โอเคเมื่อลงสนามคู่กับฟาน ไดจ์ อย่างไรก็ตาม หากกองหลังชาวดัชต์ดันบาดเจ็บขึ้นมา แนวรับหน้าเก่าทั้งคู่คงได้รับการทดสอบว่าพวกเขาจะมีความมั่นคงแค่ไหน

แต่บางทีปัญหาที่มีมากกว่านั้นคือลิเวอร์พูลมีตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ็คไม่มากนัก ซึ่ง นาธาเนียล ไคลน์ และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ แทบไม่ไดลงเล่นเลย เนื่องจากปัญหาอการบาดเจ็บและตัวเลือกคนอื่นทำได้ดีกว่า

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน สร้างโอกาส 1.64 ครั้งต่อ 90 นาที จากตำแหน่งแบ็คขวาและกลายเป็นฟันเฟื่องสำคัญของคล็อปป์ในการทำเกมรุก เพราะฉะนั้นการที่ทีมจะส่งโมเรโน่ลงสนามก็ดูเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย

ในฝั่งขวาทีมมีการจัดการที่ดีกว่าบ้าง แต่คล็อปป์มักจะเลือกมิลเนอร์ กองกลางของทีมมาเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา มากกว่าไคลน์ที่เป็นแบ็คอาชีพอยู่แล้ว หากเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ไม่สามารถลงสนามได้


สเปอร์

ผู้ปิดทองหลังพระ : เอริค ลาเมล่า

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับสเปอร์ในซัมเมอร์ปี 2013 ดูเหมือนเอริค ลาเมล่า มักจะกลายเป็นผู้ที่ถูกลืมเสมอ จนมีข่าวลือบ่อยครั้งว่าเจ้าตัวต้องการย้ายกลับไปเล่นในอิตาลี ซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นทำให้เขาไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้

ลาเมร่าพลาดการลงสนามไปพอสมควรในฤดูกาลที่แล้ว หลังจากได้รับการผ่าตัดที่สะโพก แต่เขาก็กลับมารยิงประตูได้ในสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล แม้จะเป็นเพียงแค่ 2 ประตูในลีกเท่านั้น และในฤดูกาลนี้ ลาเมล่ายิงให้ทีมมากกว่าปีก่อนถึง 3 เท่าเลย

ใช่แล้ว ปีกชาวอาร์เจนไตน์ยิงไป 6 ลูกในทุกรายการของฤดูกาล 2018-19 และพิสูจน์ว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของไก่เดือยทองอย่างแท้จริง แม้ฟอร์มไม่โดดเด่นเท่าแฮร์รี่ เคน, ซอน เฮือง มิน และ เดเล่ อัลลี่ แต่สถิติของเขาในปีนี้ก็มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ

ดาวเตะวัย 26 ปีเลี้ยงผ่านคู่แข่ง 2.26 ครั้งและยิงประตูไป 4.1 ครั้งต่อ 90 นาทีที่ลงเล่นในลีก ซึ่งมากกว่าผู้เล่นสเปอร์คนไหน มากไปกว่านั้น มีเพียงแค่ แฮร์รี่ เคนเท่านั้น ที่ยิงได้ตรงกรอบต่อ 90 นาทีเท่ากับลาเมล่า ( 2.05 ครั้งต่อ 90 นาที)

จุดอ่อน : เอริค ดายเออร์

มีผู้เล่นมากมายในทีมได้เข้าไปเล่นในรอบลึกๆของฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ทำให้โปเช็ตติโน่ต้องหมุนเวียนนักเตะอย่างหนักตั้งแต่ซัมเมอร์เพื่อให้ทุกคนกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้สถานการณ์ลำบากขึ้นไปอีก แต่ทีมก็ยังจัดการเรื่องนั้นได้ดี แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ดูมีปัญหาที่สุดน่าจะเป็นแดนกลางของทีมจากลอนดอนเหนือ สามประสานอย่าง แฮร์รี่ วิงส์, มุสซ่า ซิสโซโก้ และคริสเตียน อิรีคเซ่น ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ในส่วนกองกลางตัวรับในทีมอย่าง เอริค ดายเออร์ ยังคงปรับปรุงอีกระดับนึงเลย

ดายเออร์ เป็นนักเตะที่พอชชื่นชอบอยู่แล้ว แต่สถิติบ่งบอกว่าถึงเวลาที่พวกเขาต้องหาคนที่ดีกว่ามาแทนที่แล้ว ดายเออร์ชนะการดวลกัน 4.34 ครั้งต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก ซึ่งน้อยกว่าวิงส์ (4.47 ครั้ง/90นาที) ที่ไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องเกมรับซะอีก

มากไปกว่านั้น เดเล่ อัลลี่ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรุกยังแย่งบอลได้มากกว่า (1.83), บล็อคได้มากกว่า (1.96) และเข้าปะทะ (1.47) ดายเออร์ (1.13,1.34,1.13) ใน 90 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังมากในฤดูกาลนี้

ความอเนกประสงค์ของแข้งทีมชาติอังกฤษยังคงมีประโยชน์กับสเปอร์อยู่ก็จริง แต่ในตอนนี้ทีมต้องการกองกลางตัวต่ำที่ออกบอลได้เป็นที่สุด และด้วยอาการบาดเจ็บของมุสซ่า เดมเบเล่ กับ วิคเตอร์ วานยาม่าที่ยังอยู่ อาจจะต้องบังคับให้โปเช็ตติโน่ต้องเสริมนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผู้ปิดทองหลังพระ : แฟร์นันดินโญ่

นอกเหนือจากแนวรุกที่เต็มไปพรสวรรค์และความหลากหลายแล้ว นักเตะที่สำคัญที่สุดของเรือใบสีฟ้าคือคนที่ยืนอยู่หลังพวกเขา และการขาดหายของแฟร์นันดินโญ่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมากเลย

ทีมของกวาร์ดิโอล่าคว้าชัยได้ถึง 71.3 เปอร์เซนต์ยามที่เขามีแฟร์นันดินโญ่ทำหน้าที่เก็บกวาดในแดนกลางให้ แต่เมื่อทีมไม่แข้งชาวแซมบ้าอยู่ตัวเลขก็ตกลงเหลือแค่ 59.3 เปอร์เซนต์เท่านั้น

การขาดหายไปของเขาชัดเจนว่ามีส่วนทำให้ทีมแพ้ต่อ คริสตัล พาเลซ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงคริสมาสต์ ซึ่งทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินสร้างโอกาสจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้ถึง 8 ครั้ง ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ที่ชนะซิตี้ 2-1 และมีแค่ อาร์เซน่อลกับวูล์ฟเท่านั้นที่สร้างโอกาสได้ขนาดนั้นในการเจอกับซิตี้ในฤดูกาลนี้

อดีตกุนซือบาร์เซโลน่าพยายามใช้งาน อิลคาย กุนโดกัน และ ฟาเบียน เดลฟ์ ในตำแหน่งของแฟร์นันดินโญ่ แต่มันไม่ได้ผลเอาซะเลย พวกเขาทำได้ดีในเกมรุกและรับยามที่มีแฟร์นันดินโญ่คุมแดนกลางอยู่ ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าดาวเตะวัย 33 ปีสำคัญแค่ไหน

จุดอ่อน : ฟาเบียน เดลฟ์

อาจจะดูเป็นเรื่องที่รุนแรงไปหน่อยที่จะเลือก เดลฟ์ เป็นจุดอ่อน เมื่อพิจารณาฟอร์มการเล่นอันน่าประหลาดใจของเขาภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า แต่การให้เดลฟ์ลงเล่นในตำแหน่งสำคัญของทีมส่งผลให้เห็นถึงข้อบกพร่องของเขาอย่างชัดเจน เพราะเขาไม่สามารถทำทำหน้าที่ได้อย่างนักเตะคนก่อนหน้านี้ทำไว้ได้

อย่างที่ได้กล่าวไว้ด้านบน กองกลางตัวรับคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ซิตี้ดูอ่อนยวบลงไปยามไม่มีแฟร์นันดินโญ่ และไม่มีนักเตะคนไหนอุดช่องว่างนี้ได้เลย เดลฟ์อาจจะเคยยืนอยู่หน้าแผงหลัง แต่เขาก็ทำได้ไม่ใกล้เคียงกับแฟร์นันดินโญ่ซักเท่าไหร่

ถ้าจะให้แฟร์หน่อย เขาอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อยในการพัฒนาบทบาทกองกลางตัวรับ แต่เมื่อเบนจามิน เมนดี้ได้รับบาดเจ็บ เดลฟ์ก็ถูกใช้งานเป็นหลักในตำแหน่งแบ็คซ้ายมากกว่ากองกลางอยู่แล้ว

แข้งทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้น่าประทับใจในแผงหลัง แต่เขาก็ทำได้ไม่ดีนักในการเติมรุกเหมือนกับที่เมนดี้ทำ โดยแข้งเลือดน้ำหอมสร้างโอกาส 1.22 ครั้งต่อเกมในลีกฤดูกาลนี้ แต่เดลฟ์ทำได้เพียง 0.57 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

เราขอย้ำว่าเดลฟ์ทำได้ดีพอสมควรกับตำแหน่งที่่ไม่คุ้นเคยเลยในทีมเรือใบสีฟ้า แต่แชมป์เก่าอาจจะต้องเสริมทัพในตำแหน่งที่เดลฟ์ลงเล่นซักหน่อย หากพวกเขาต้องการรักษาแชมป์ลีกไว้ให้ได้ในฤดูกาลนี้


Powered by UFABET

จัดทีมตำนาน CM/FM ยุคก่อน พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้างในตอนนี้?

LEGENDs

เราจะพาสาวกเกม Championship Manager และ Football Manager รุ่นเก๋าย้อนอดีตไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว เพราะนี่คือทีมยอดเยี่ยมของเหล่าตำนานนักเตะแห่งเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลบนหน้าจอ ซึ่งเรามั่นใจว่าพวกคุณต้องเคยใช้งานหรือผ่านตากับนักเตะเหล่านี้มาไม่มากก็น้อย!


1. GK: CARLOS KAMENI

คุณกำลังมองหาผู้รักษาประตูที่ราคาถูกอยู่ตลอดเวลาและสามารถเล่นไปได้เกินกว่า 10 ปีใน Football Manager ใช่ไหม? ไอดริส คาร์ลอส กาเมนี่ คือคำตอบ ก็ดูค่าพลังปฏิกิริยาของเขาสิ!

เขาคว้าแชมป์ โคปา เดล เรย์ (ในชีวิตจริง) ได้เมื่ออายุ 21 ปี หลังจากที่ย้ายมาร่วมทีม เอสปันญ่อล และทำลายสถิติของสโมสรในด้านการไม่เสียประตูติดต่อกัน ก่อนจะย้ายไป มาลาก้า และกลายเป็นของแสลงของ บาร์เซโลน่า
เขาไม่เคยคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนใน Football Manager ที่พวกคุณคงเคยคว้ามาได้ แต่การลงสนามกว่าร้อยเกมใน ลาลิกา และการคว้าแชมป์ แอฟริกันคัพ ออฟเนชันส์ ก่อนที่จะย้ายไป เฟเนบาห์เช่ เมื่อตลาดซื้อขายครั้งล่าสุดก็ทำให้เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง


2. RB: MICHAEL DUFF

​แบ็คขวายอดฮิตที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่า ‘แกรี่ เนวิลล์ ไร้หนวด’ ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นแฟนตัวยงของเกม Football Manager เช่นกัน เขาเคยบอกกับหนังสือ ‘FM ขโมยชีวิตของผม : 20 ปีแห่งความหมกมุ่นอันงดงาม’ ไว้ว่า ในปี 2012 เบิร์นลีย์ มีคิวเตะกับ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรส และเขากำลังคุมทีมเจ้าป่าอยู่ใน FM เขาจึงขอเข้าไปพบกับ อิสมาเอล มิลเลอร์ เพื่อขอบคุณที่ทำประตูให้เขาในเกมมาตลอดทั้ง 5 ปี กลับกลายเป็นว่า เทพ FM ก็ติด FM ซะอย่างงั้น!

ดัฟฟ์ เป็นนักเตะแบ็คขวาที่เป็นปรากฏการณ์ เขามีค่าตัวเพียงแค่ 50,000 ปอนด์ใน CM 97/98 ส่วนชีวิตของเขาก็ใช้เวลากว่าทศวรรษค้าแข้งอยู่กับเบิร์นลีย์ และติดทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ 24 เกม ก่อนจะแขวนตั๊ดในปี 2016

ดัฟฟ์ รับงานคุมทีมในชีวิตจริงครั้งแรกในฤดูกาลนี้กับทีมที่สร้างเขามาอย่าง เชลต์นัม ทาวน์ ทีมในลีกลำดับ 5 ของอังกฤษ

ณ ตอนที่เขียนอยู่นี้ ผลงานของทีมก็ค่อนข้างไม่สู้ดีนัก เชลนัมต์ ทาวน์ อยู่ในอันดับ 19 ของตารางคะแนน เขาคาดว่าตอนนี้ ดัฟฟ์ คงกำลังเล็งเสริมกองหน้าเข้ามาในทีมนั่นก็คือ อิสมาเอล มิลเลอร์…


3. CB: ANTHONY VANDEN BORRE

กองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้มีพลังแฝงอยู่ในตัวอย่างเปี่ยมล้นจนทำให้เขาติดทีมชาติ เบลเยี่ยม ชุดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ดูเหมือนว่าอนาคตที่สดใสกำลังรอเขาอยู่

เขาเติบโตขึ้นมากับ อันเดอร์เลช ซึ่งก็ทำให้เป็นการง่ายมากในการดึงตัวเขาไปร่วมทีมเมื่อคุณเริ่มเกม FM 2005 เกมคุมทีมฟุตบอลใหม่ที่มาแรงหลังจากหมดยุคของ CM และนักเตะรายนี้ก็ทำให้คุณกลายเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก

ในชีวิตจริง ชีวิตค้าแข้งเขาออกมากลับตาลปัตร พรสวรรค์ของเขากลายเป็นสิ่งไร้ค่า ปัจจุบัน ฟานเดน บอร์ อายุ 30 ปีและไม่เคยมีฤดูกาลไหนเลยที่เขาลงเล่นเกมลีกมากกว่า 30 เกม

ฟานเดน บอร์ เลิกเล่นในปี 2017 หลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากสโมสรในประเทศ คองโก


4. CB: TARIBO WEST

นักเตะบางคนเกิดมาเป็นคนพิเศษ นักเตะบางคนเกิดมาประสบความสำเร็จ ส่วนคนที่เหลือนักเตะที่คุณสามารถไปดึงตัวมาได้ฟรีๆตั้งแต่เริ่มเกม

เวสต์ แตกต่างกับเทพ FM คนอื่นๆที่มักจะดังตอนอายุน้อย แต่ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของเขาอยู่ใน CM 01/02 ด้วยวัย 27 ปี เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาปั้น ไม่จำเป็นต้องคิดว่าจะจัดโปรแกรมซ้อมอย่างไรให้เขาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมออกมา แค่ใส่น้ำร้อนรอ 3 นาทีและกินได้เลย และเขาจะมอบชัยชนะมาให้ทีมของคุณ


5. LB: CRISTIAN CHIVU

คริสเตียน คิวู อดีตกองหลังของ อาหยักซ์ ที่เป็นขวัญใจสาวก CM หลายๆคน เขาเป็นกองหลังที่มีทุกอย่างอยู่ในตัวในราคาที่จับต้องได้

​เมื่อเริ่มต้นเกม CM 01/02 คุณสามารถดึงตัว คิวู ในวัย 20 ปีไปร่วมทีมได้ตั้งแต่เริ่ม เขาจะเข้ามาพร้อมกับพรสวรรค์อันเหลอล้นในตัว และหลังจากที่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไป 1-2 ปี มั่นใจได้เลยว่าเขาจะสามารถพาคุณไปถึงแชมป์ในประเทศและในยุโรปได้

กลับมาที่โลกแห่งควมเป็นจริง ชีวิตค้าแข้งของ คิวู เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม เขาอยู่กับ อาหยักซ์ 4 ปีก่อนที่จะย้ายไป โรม่า และ อินเตอร์ แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บที่รบกวนอยู่ตลอดทำให้เขาพัฒนาไปได้ไม่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีแชมป์มากมายในระหว่างค้าแข้งโดยเฉพาะ 3 แชมป์กับ อินเตอร์ ในฤดูกาล 2009/10 ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในวัย 33 ปี


6. CDM: KENNEDY BAKIRCIOGLU

ถึงแม้ เคนเนดี้ จะไม่ได้เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อตอนที่ได้ไปทดสอบฝีเท้า แต่ก็ต้องบอกว่าชีวิตค้าแข้งของเขาไม่ได้ล้มเหลว หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ อาหยักซ์ และ ราซิ่ง ซานตานแดร์ อีกทั้งยังเคยลงเล่นให้กับทีมชาติ สวีเดน ไป 14 เกม​

ย้อนกลับไปในยุคของ CM 3 เคนเนดี้ คือนักเตะในฝันของเหล่าผู้จัดการทีม เขาเล่นอยู่ในลีกบ้านเกิดและคุณสามารถดึงตัวมาได้ด้วยค่าตัวแสนถูก อีกทั้ง เคนเนดี้ ยังสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงแนวรุก

ปัจจุบัน เคนเนดี้ ในวัย 37 ปีกลับไปที่ สวีเดน เพื่อเล่นให้กับ ฮัมมาร์บี้ ทีมเก่าของเขา และก็ยิงประตูได้บ้างประปราย แต่โมเมนท์สำคัญที่สุดคือการยิงฟรีคิกใส่ โกทบอร์ก ก่อนที่จะฉลองประตูด้วยการรับเบียร์ที่ถูกโยนลงมาจากสแตนด์กลางอากาศ และกระดกลงคออย่างหน้าตาเฉย

ไมลส์ ยาค็อบสัน (ผู้สร้าง FM) ถ้าคุณกำลังอ่านอยู่… ยังไม่สายไปที่จะเพิ่มท่าฉลองประตูใหม่ใน FM2019 นะ (ฮา)


7. CM: MARK KERR

อีกหนึ่งตำนานของ CM ในยุคคลาสออฟ 01/03 เคอรร์ มีชีวิตค้าแข้งที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในดินแดนวิสกี้ โดยเขาค้าแข้งอยู่ในประเทศอย่างยาวนานกับทีม ฟัลเคิร์ก, ดันดี ยูไนเต็ด และ อเบอร์ดีน

​มีครั้งหนึ่งที่เขาตัดสินใจออกนอกประเทศไปเล่นให้กับ แอสเตราส ตริโปลิส ที่ประเทศ กรีซ และชื่อเสียงที่มีติดตัวอยู่เล็กน้อยก็ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาเคยได้ยินชื่อของ เคอร์ มาจากการเล่นเกม!

โมเมนท์ที่น่าจดจำอีกอย่างหนึ่งของ เคอร์ คือประตูที่เขายิงได้ใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ใน ดอร์ทมุนด์ ที่เขาไปออกในรายการของ เควิน บริดจ์ ตลกชื่อดังของสก็อตแลนด์


8. CM: FREDDY ADU

มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆเมื่อเราต้องยกชื่อของ เฟรดดี้ อาดู มาพูดถึง เนื่องจากเขาไม่ได้ถูกพูดถึงมากนักทุกครั้งที่เขาเซ็นสัญญากับทีมใหม่ (และก็เป็นอีกครั้งที่เขาถูกปล่อยออกมาจากสโมสรเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา)

​อาดู เคยเป็นนักเตะอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬาของ สหรัฐอเมริกา ในตอนที่เขาได้เล่นให้กับ ดีซี ยูไนเต็ด เมื่ออายุ 14 และไม่กี่ปีต่อมาเขาก็กลายเป็นนักเตะทีมชาติ อเมริกา ที่อายุน้อยที่สุด และถูกเลือกให้ติดทีมออลสตาร์ของ MLS ก่อนที่จะย้ายไป เบนฟิก้า

ทุกอย่างได้พังทลายลงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ลงเล่นมากนักใน โปรตุเกส ด้วยการที่มาอยู่ในลีกที่มีระดับสูงกว่าเดิม ชีวิตค้าแข้งของเขาเริ่มหยุดนิ่ง และก็ไม่มีวันที่ อาดู ได้ไปอยู่ในจุดที่ถูกคาดหวังเอาไว้

หลังจากที่ผ่านมาหลายปีจากในเกมช่วงที่เขาโด่งดัง อาดู เซ็นสัญญาเล่นให้กับ ลาสเวกัส ไลท์ ในลีกรองแดนมะกัน เขาลงสนามไป 14 เกม ยิง 1 แอสซิสต์ 1 ก่อนจะแยกทางกับทีม (และปัจจุบันอายุ 29 ปี)


9. CAM: TONTON ZOLA MOUKOKO

นี่คือนักเตะที่อาจจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คิดว่าเป็นการปฏิเสธ เอซี มิลาน และ ยูเวนตุส เพื่อไปเซ็นสัญญากับ เดอร์บี เคาน์ตี้ เป็นเรื่องที่ดี เขาคือนักเตะที่สมบูรณ์แบบใน CM 00/01 โดยสามารถยิงประตูได้มากกว่า 50 ลูกต่อฤดูกาลแม้จะเล่นในตำแหน่งหลังกองหน้า ในตอนนั้น มูโกโก้ คือซูเปอร์สตาร์ตัวจริงในจอคอม

การตายของน้องชายของเขา และความวุ่นวายในครอบครัว ทำให้เขาต้องออกจาก เดอร์บี้ โดยที่ยังไม่มีโอกาสลงสนามและไปค้าแข้งอยู่แถวๆลีกแสกนดิเนเวีย

ครั้งสุดท้ายที่เขาออกมาในหน้าสื่อ มูโกโก้ ค้าแข้งอยู่กับ คอนโก ยูไนเต็ด ทีมนอกลีกใน สวีเดน และกล่าวกับ BBC ว่า “ผมดีใจกับชีวิตในตอนนี้กับครอบครัวและลูก และหวังว่าสิ่งต่างๆจะไม่กลายเป็นเหมือนกับครั้งที่อยู่กับ เดอร์บี้”


10. ST: KHOUMA BABACAR

เขาอาจจะเป็นนักเตะที่อยู่ในยุคใหม่ไปหน่อย คูมา บาบาก้า แข้งทีมชาติ เซเนกัล พึ่งจะอายุ 25 ปีในตอนนี้ เพราะในตอนที่เขาโด่งดังใน FM 2010 กับ ฟิออเรนติน่า เขาพึ่งจะมีอายุเพียงแค่ 16

ในยุคนั้น บาบาก้า คือนักเตะหมัดหนึ่งสองสลับกับหัวหอกอีกคนอย่าง จอห์น เฟล็ค (ปัจจุบันอายุ 27 อยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ลงสนาม 0 เกมในลีกสูงสุดนอก สก็อตแลนด์) บาบาก้า เป็นกองหน้าที่มีการจบสกอร์คมกริบ รวมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำลายแนวรับเป็นเลิศ

ในความเป็นจริง เขาไม่เคยไปถึงระดับที่ถูกคาดเอาไว้ในเกม เขาอยู่กับม่วงมหากาฬมาเกือบทศวรรษและลงสนามใน เซเรียอา ไป 99 เกมก่อนที่จะย้ายออกไป ซาสซูโอโล่ อย่างถาวรเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

บาบาก้า เป็นอีกหนึ่ง เทพFM ที่ไปได้ไม่สุด โดยฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาคือการถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ โมเดน่า ใน เซเรียบี และยิงไป 20 ประตูในฤดูกาลนั้น


11. ST: CHERNO SAMBA

บุคคลผู้เป็นตำนาน หรือบางทีอาจจะเป็นนักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาล หากพูดถึงชื่อ แซมบ้า ขึ้นมาก็ต้องทำให้ผู้เล่น CM รุ่นเก๋าต้องหวนนึกถึงอดีต

​คุณสามารถดึงตัว แซมบ้า มาจากอคาเดมี่ของ มิลวอลล์ ได้ตั้งแต่เขาอายุ 16 ปีใน CM 01/02 และเขาก็กลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะในทีมชุดใหญ่ของคุณทันที เขารวดเร็ว, ลูกกลางอากาศเยี่ยม, จบสกอร์คมทั้งสองเท้า เชอร์โน แซมบ้า คนนี้คือกองหน้าครบเครื่องแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มใดๆ

ในชีวิตจริงล่ะ? เรียกว่าไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ มันก็พูดยากว่าแมวมองของ CM ผิดพลาดในการคาดเดาพรสวรรค์ของเขา ด้วย 132 ประตูใน 32 เกมให้กับทีมอคาเดมี่ด้วยอายุ 13 ปี ใครๆต่างก็คิดว่าเขาเป็นนักเตะพรสวรรค์ที่รอการแจ้งเกิดทั้งนั้น

แซมบ้า ออกจาก มิลวอลล์ ในปี 2004 ไปร่วมทีม กาดิซ ในสเปน ก่อนจะกลับมาที่ อังกฤษ กับ พลายมัธ และ เวร็กซ์แฮม และไปเล่นในลีก นอร์เวย์ และ กรีซ ต่อจากนั้น โดยที่ไม่ได้โชว์ผลงานที่ยอดเยี่ยมมากนัก ทั้งนี้เขายังยิงได้เพียงประตูเดียวจาก 29 เกมที่ลงสนามให้กับทีมชาติ แกมเบีย แซมบ้า ตัดสินใจแขวนสตั๊ด ในวัย 29 ปี


12. สำรอง: TÓ MADEIRA

เขาคือกองหน้าที่เป็นหนึ่งเดียวที่สามารถยิงได้ถึง 100 ลูกต่อฤดูกาล ถ้าหากคุณใช้เขาถูกที่ถูกทาง

​และชีวิตนอกจอของเขาล่ะ? เรื่องทั้งหมดถูกกุขึ้นมาทั้งนั้น

ในขณะที่กำลังเร่งปั่นงานให้ทันเส้นตาย นักรีเสิร์ช โปรตุเกส คนนี้ไม่ได้ตระหนักว่ามีหนึ่งคนที่แมวมองของพวกเขาได้สร้างตัวเองขึ้นมา และทำให้ตัวเองกลายเป็นกองหน้าสุดเทพ…

แน่นอนว่า CM ได้ออกแพทช์ถอด เมไดร่า ออกจากเกมไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ที่เกมออกมาเมื่อความผิดพลาดถูกต้นพบ แต่มันก็สายไปแล้วเพราะเขาได้กลายเป็นหนึ่งในตำนานเรื่องเล่าของ CM/FM ที่บอกต่อๆกันมาในรุ่นหลัง


13. สำรอง: JOAO PAIVA

คุณสามารถดึงตัวเขามาได้ฟรีๆใน CM 01/02 หลังจากนั้นกองหน้าแดนฝอยทองวัย 17 ปีคนนี้ก็จะผลิตสกอร์ให้คุณอย่างหยุดไม่อยู่ แต่ในชีวิตจริงล่ะ?

ไพวา เคยมีประสบการณ์ไปถึง แชมเปี้ยนส์ลีก! โอเค มันอาจจะเป็นแค่ แชมเปี้ยนส์ลีก คัดเลือกรอบแรกในปี 2006/07 ที่เขาช่วยให้ อพอลลอน ลิมาสซอล ทีมจากลีก ไซปรัส เอาชนะ คอร์ก ซิตี้ ไปได้ แต่ไม่เอาน่า อย่างน้อยมันก็เป็น แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ดี!

มันเป็นเรื่องมากในการหาข้อมูลของเกมรอบคัดเลือกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่เราก็พบไลน์อัพยืนยันว่าเขาได้ลงเล่นทั้งสองเกม แม้ว่าเราจะรู้มาว่าเขาได้เล่นตำแหน่งกองกลางในเกมแรก และแบ็คซ้ายในเกมที่สอง

ต่อมาเขาย้ายไปเล่นในลีกรองของลีก สวิส ก่อนที่จะเลิกเล่นเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากยิงไป 16 ประตูจาก 28 เกมที่ลงเล่น ถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจถ้าคุณไม่รู้ว่าทีมที่เขาเล่นอยู่ในลีกลำดับ 5 ของ สวิตเซอร์แลนด์ และ ไพวา ก็อายุ 35 แล้ว


Powered by UFABET

จัดอันดับ 10 เซนเตอร์แบ็คที่เล่นกับบอลได้ดีที่สุดในโลก


รับก็ดีทำเกมก็ได้

​นี่คือการจัดอันดับ 10 เซนเตอร์แบ็คที่เล่นกับบอลได้ดีที่สุดในโลก มาดูกันว่า จะมีกองหลังจากทีมของรักของคุณติดมาหรือเปล่า


ในปัจจุบัน เกมฟุตบอลดุเหมือนจะเน้นความสำคัญไปที่การครองบอล เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเก็บบอลไว้กับทีมให้นานที่สุด รวมถึงการแย่งบอลกลับมาได้ให้เร็วที่สุด

ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้การเล่นของผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งเปลี่ยนไป โดยเฉพาะบรรดาเซนเตอร์แบ็ค จากเดิมที่พวกเขาแค่เพียงทำหน้าที่ในเกมรับให้ดี แต่ในปัจจุบัน พวกเขาต้องมีส่วนในเกมรุกมากขึ้น ต้องเล่นกับบอลได้ดี รวมถึงเป็นคนคอยขึ้นเกมรุกให้ทีม ราวกับเป็นเพลย์เมคเกอร์คนหนึ่ง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Ball-playing center back ซึ่งเราจะขอนิยามพวกเขาว่า เซนเตอร์แบ็คที่เล่นกับบอลได้ดี

และนี่ก็คือ 10 เซนเตอร์แบ็คที่เล่นกับบอลได้ดีที่สุดในปัจจุบัน มาดูกันว่าพวกเขาเป็นใครกันบ้าง


อันดับ 10 : มานูเอล อคานจี (ดอร์ทมุนด์)

ในตอนต้นฤดูกาล คุณคงแทบไม่เคยได้ยินชื่อของอคานจีมาก่อน เขาย้ายมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ในฤดูกาลนี้ โดยก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งจะลงเล่นในลีกของสวิตเซอร์แลนด์มาเพียง 79 เกมเท่านั้น

แต่ตอนนี้ คุณสามารถพบข้อมูลของกองหลังชาวสวิสได้อย่างง่ายดาย เพราะเจ้าตัวทำผลงานได้ดีมากในบุนเดสลีก้า ดาวเตะวัย 23 ปี เป็นเจ้าของสถิติเข้าบล็อกการทำประตูมากที่สุดในทีมที่ 9 ครั้ง (นับเฉพาะในลีก) พร้อมกับมีค่าเฉลี่ยตัดบอลได้ 1.4 ครั้ง/เกม ซึ่งมีเพียงแดน-อักเซล ซากาดู เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขาในทีม

อคานจีเป็นกองหลังที่เล่นกับบอลได้ยอดเยี่ยม โดยในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับคลับ บรูช เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กองหลังรายนี้มีสถิติสัมผัสบอลถึง 176 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิตินักเตะได้สัมผัสบอลต่อเกมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของนักเตะทัพเสือเหลืองในศึกชิงถ้วยหูโต นอกจากนี้ อคานจียังเป็นเซนเตอร์แบ็คที่จ่ายบอลที่สุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม (465 ครั้ง) ทั้งที่ได้ลงสนามแค่เพียง 4 เกมเท่านั้น

สถิติสำคัญ : อคานจีออกบอลยาวสำเร็จถึง 70 ครั้ง จากเกมลีก 13 นัด และนี่ก็เป็นสถิติผ่านบอลยาวสำเร็จมากที่สุดของบรรดานักเตะเอาท์ฟิลด์ทัพเสือเหลือง


อันดับ 9 : เลโอนาร์โด โบนุชชี่ (ยูเวนตุส)

หลายๆ ครั้ง ที่เราจะเรียกกองหลังในฟุตบอลสมัยใหม่ว่า ‘ลิเบโร่’ ซึ่งโบนุชชี่เองก็มีสไตล์การเล่นเป็นแบบนั้น เขาถือเป็นกองหลังที่เล่นกับบอลได้ดี เรามักจะเห็นทีมชาติอิตาลีนิยมการเล่นบอลยาวไปยังพื้นที่สุดท้าย เพื่อเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งอย่างรวดเร็ว หรือบางทีเราก็จะเห็นกองหลังเติมขึ้นมาเป็นกองกลางเพื่อช่วยโจมตีคู่แข่ง และกองหลังของยูเวนตุสก็เป็นส่วนสำคัญในแผนการเล่นนี้

แต่ในวัย 31 ปี โบนุชชี่อาจจะไม่สามารถเติมเกมขึ้นมาได้เหมือนก่อน อย่างไรก็ตาม เขาสามารถควบคุมการเล่นเกมรุกของทีม ด้วยบอลยาวอันแม่นยำของตัวเองได้ นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นกองหลังที่อ่านเกมได้เฉียบขาดมาก ด้วยสถิติการตัดบอลมากที่สุดในทีม โดยทำได้ถึง 25 ครั้งในศึกเซเรีย อา

สถิติสำคัญ : หากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว โบนุชชี่เป็นเซนเตอร์แบ็คที่ออกบอลยาวได้แม่นยำที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเซเรีย อา ด้วยการจ่ายบอลยาวสำเร็จ 346 ครั้ง


อันดับ 8 : จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้)

หากย้อนกลับไปสักปีสองปี คุณคงไม่คิดว่าจะมีชื่อของสโตนส์ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกได้

อย่างไรก็ตาม การมาอยู่กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ทำให้เขาพัฒนาเป็นอย่างมาก และกลายเป็นเซนเตอร์แบ็คตามสไตล์ของอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า กองหลังทีมชาติอังกฤษเล่นกับบอลได้ดี อ่านเกมได้อย่างชาญฉลาด และเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา อดีตกองหลังเอฟเวอร์ตันก็ทำผลงานได้ดีมาก เจ้าตัวจ่ายบอลสำเร็จถึง 453 ครั้ง ซึ่งมีเพียงเซร์จิโอ้ รามอส เท่านั้น ที่จ่ายบอลสำเร็จมากกว่าในฟุตบอลโลก (481 ครั้ง)

สถิติสำคัญ : นับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว สโตนส์เป็นคนที่จ่ายบอลสำเร็จสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยสถิติ 95.3% (นับเฉพาะนักเตะที่ได้ลงมากกว่า 10 เกม)


อันดับ 7 : เซร์จิโอ้ รามอส (เรอัล มาดริด)

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รามอสถือเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในโลก และเป็นส่วนสำคัญให้ทีมประสบความสำเร็จมากมาย โดยเฉพาะการคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

รามอสเป็นเซนเตอร์แบ็คที่จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา รวมถึงเป็นกองหลังที่จ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายสำเร็จมากที่สุดอีกด้วย (81 ครั้ง)

นอกจากนี้ กัปตันทีมเรอัล มาดริด มักจะเป็นคนที่ยิงจุดโทษให้ทีม และมักจะช่วยเหลือทีมในจังหวะสำคัญได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสกัดจังหวะอันตราย รวมถึงการทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม การที่ปราการหลังทีมชาติสเปนอยู่แค่เพียงอันดับ 7 ก็เพราะเขามักจะมีจังหวะโฉ่งฉ่างอยู่เรื่อยๆ


อันดับ 6 : คาลิดู คูลีบาลี่ (นาโปลี)

เกมที่นาโปลีเจอกับลิเวอร์พูลทั้ง 2 เกม ได้ทำให้แฟนบอลพรีเมียร์ลีกเห็นฟอร์มการเล่นของคูลีบาลี่แบบเต็มๆ และมันก็ทำให้พวกเขาได้รู้ว่า ปราการหลังชาวเซเนกัลนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน

ในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ คูลีบาลี่มีสถิติเข้าปะทะสำเร็จ 32 ครั้ง และชนะการดวลลูกกลางอากาศ 39 ครั้ง มากกว่าใครทั้งหมดในทีม แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของเขาก็คือ การเล่นกับบอลได้อย่างยอดเยี่ยม กองหลังวัย 27 ปี จ่ายบอลสำเร็จ 457 ครั้ง ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ศึกเป็นสถิติที่มากที่สุดของทีมจากเนเปิ้ลส์ นอกจากนี้ อดีตกองหลังของเกงค์ยังจ่ายบอลยาวสำเร็จถึง 81 ครั้งในลีก และฟอร์มการเล่นดังกล่าวทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวอย่างหนักกับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งถ้าคูลีบาลี่ย้ายมาจริง เขาก็น่าจะยกระดับเกมรับของทัพปีศาจแดงไปอีกขั้นได้

สถิติสำคัญ : คูลีบาลี่จ่ายบอลสั้นสำเร็จมากที่สุดในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ โดยเจ้าตัวส่งบอลสั้นสำเร็จถึง 960 ครั้ง


อันดับ 5 : เคราร์ด ปิเก้ (บาร์เซโลน่า)

ปิเก้ถือเป็นเซนเตอร์แบ็คที่เล่นกับบอลได้ดีมานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่เล่นให้กับบาร์เซโลน่าในปี 2008-2011 ที่มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นผู้จัดการทีม เขาสามารถเล่นกับบอลได้เยี่ยม ถ่ายบอลได้ดี และเล่นเกมรับได้แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด

จนมาในปัจจุบัน ปิเก้ก็ยังทำผลงานได้ไม่ต่างจากเดิมนัก เจ้าตัวมีสถิติจ่ายบอลเข้าเป้าถึง 92% หรือคิดเป็น 1,180 ครั้ง ในลา ลีก้า ฤดูกาลนี้ ซึ่งมีเพียงอิวาน ราคิติช ที่ทำได้มากกว่าเขา นอกจากนี้ ปราการหลังวัย 31 ปี ยังมีสถิติเลี้ยงบอลได้สำเร็จถึง 7 ครั้งด้วยกัน


อันดับ 4 : โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (สเปอร์ส)

การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริง ทำให้อัลเดอร์ไวเรลด์ได้ลงสนามให้สเปอร์สในฤดูกาลที่แล้วเพียง 22 เกม แต่ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวได้ลงสนามเท่ากับฤดูกาลที่แล้วเรียบร้อย แม้การแข่งขันจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งซีซั่นก็ตาม

ในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา อัลเดอร์ไวเรลด์เป็นกองหลังที่จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 3 เป็นรองเพียงสโตนส์กับรามอส และในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ดาวเตะวัย 29 ปี ก็ยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ด้วยการจ่ายบอลสำเร็จถึง 897 ครั้ง และเป็นบอลในพื้นที่สุดท้ายถึง 124 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่าผู้เล่นไก่เดือยทองทุกคน

ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ปราการหลังทีมชาติเบลเยี่ยมตกเป็นข่าวอย่างหนักกับแมนฯ ยูไนเต็ด และจากฟอร์มการเล่นในปัจจุบัน ก็ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ครบเครื่องที่สุดในพรีเมียร์ลีก มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมมูรินโญ่ถึงต้องการตัวอัลเดอร์ไวเรลด์มากขนาดนี้

สถิติสำคัญ : อัลเดอร์ไวเรลด์เป็นนักเตะที่มีค่าเฉลี่ยผ่านบอลยาวต่อเกมสำเร็จมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก โดยเจ้าตัวทำได้ 8.3 ครั้ง/เกม


อันดับ 3 : ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี)

สำหรับพวกเราแล้ว ลุยซ์นั้นโดนวิจารณ์มากเกินไป และเราก็คิดว่าเขาควรได้รับคำชื่นชมมากกว่านี้พอสมควร

ปราการหลังหัวฟูรายนี้ชนะการดวลลูกลางอากาศ 38 ครั้ง และตัดบอลได้ถึง 18 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดาผู้เล่นเชลซีด้วยกัน

ด้วยสไตล์การเล่นที่กล้าเติมเกมมากกว่ากองหลังทั่วๆ ไป ก็ทำให้ผู้จัดการทีมบางคนเลือกจะให้เขาเป็นตัวสำรอง แต่ไม่ใช่กับเมาริซิโอ ซาร์รี่ เพราะลุยซ์ถือเป็นกองหลังที่เหมาะสมกับสไตล์การทำทีมของกุนซืออิตาเลี่ยน หรือที่เรียกว่า ‘ซาร์ริสโม’ อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ลุยซ์ยังถือเป็นกองหลังที่วางบอลยาวแม่นยำมาก โดยในฤดูกาลนี้ เขามีสถิติผ่านบอลยาวสำเร็จถึง 103 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 3 จากบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีก

สถิติสำคัญ : ในบรรดานักเตะเชลซี มีเพียงจอร์จินโญ่เท่านั้น ที่จ่ายบอลในพิ้นที่สุดท้ายสำเร็จมากกว่าลุยซ์ในพรีเมียร์ลีก (จอร์จินโญ่ 171 ครั้ง, ลุยซ์ 139 ครั้ง)


อันดับ 2 : อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

ไม่น่าเชื่อเลยว่าปราการหลังรายนี้จะไม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสแม้แต่นัดเดียว ทั้งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่ลาปอร์ตเคยออกมาบอกว่า ที่เขาไม่ถูกเรียกติดทีม นั่นเป็นเพราะดิดิเยร์ เดสชองส์ มีเหตุผลส่วนตัวในเรื่องนี้

ลาปอร์ตย้ายมาอยู่ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเขาก็ปรับตัวให้เขากับระบบของกวาร์ดิโอล่าได้อย่างรวดเร็ว เจ้าตัวทำผลงานได้ดีไม่ว่าจะจับคู่กับกอมปานีหรือสโตนส์ รวมถึงคุมพื้นที่ของฟูลแบ็คได้ดี และที่สำคัญ เจ้าตัวเล่นกับบอลได้ดีมาก

หากนับตั้งแต่ลาปอร์ตย้ายมาร่วมทีม ก็ไม่มีผู้เล่นเรือใบสีฟ้าคนไหนจ่ายบอลสำเร็จมากกว่าเขา (2,098 ครั้ง) และมันก็ดูเหมือนว่า ยิ่งได้ลงเล่น ปราการหลังวัย 24 ปี ก็มีแต่จะยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆ

สถิติสำคัญ : ลาปอร์ตมีค่าเฉลี่ยจ่ายบอลสำเร็จ 84 ครั้ง/เกม ในลีก ซึ่งมีเพยงจอร์จินโญ่เท่านั้นที่ทำสำเร็จมากกว่าเขา (นับเฉพาะผู้เล่นที่ได้ลงสนามอย่างน้อย 10 เกม)


อันดับ 1 : เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค (ลิเวอร์พูล)

รวดเร็ว ฉลาด แข็งแกร่ง เล่นกับบอลได้ดี นี่คือคุณสมบัติที่บ่งบอกความยอดเยี่ยมของฟาน ไดจ์ค ได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรก แฟนบอลหลายๆ คน อาจจะถากถางลิเวอร์พูล ที่ยอมทุ่มเงินที่ถือเป็นสถิติโลกของกองหลัง ด้วยจำนวน 75 ล้านปอนด์ เพื่อดึงกองหลังชาวดัตช์มาร่วมทีม แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการทุ่มทุนที่คุ้มค่าจริงๆ เพราะนับตั้งแต่ฟาน ไดจ์ค ย้ายมาร่วมทัพหงส์แดง ก็มีเพียงกรานิต ซาก้า ของอาร์เซนอล ที่จ่ายบอลสำเร็จมากกว่าอดีตกองหลังเซาธ์แฮมป์ตัน นอกจากนี้ กองหลังวัย 27 ปี ยังเป็นนักเตะเอาท์ฟิลด์ที่จ่ายบอลยาวสำเร็จมากที่สุดในทีมด้วย

ในตอนแรกอาจจะมีการถกเถียงว่าเขาถือเป็นกองหลังที่ครบเครื่องที่สุดในยุโรปหรือยัง แต่เมื่อเราได้ดูการเล่นของเขาตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล เราก็แทบจะไม่เห็นจุดบกพร่องของฟาน ไดจ์ค เลย และเจ้าตัวก็สมควรที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในยุโรปได้แล้ว

สถิติสำคัญ : ฟาน ไดจ์ค จ่ายบอลสำเร็จเกิน 90% ถึง 9 จาก 17 เกม ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้


Powered by UFABET

รวมแข้งที่ราเยวัชเคยจับเปลี่ยนตำแหน่งในทัพช้างศึก


ดีขึ้นหรือแย่ลง

ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการจับ สิโรจน์ ฉัตรทอง มาเล่นตัวรับครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์อย่างไร


แต่ก่อนหน้านี้มีนักเตะหลายคนที่เคยถูก มิโลวาน ราเยวัช จับไปเล่นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ของถนัดของตัวเองมาแล้ว ซึ่งก็มีทั้งดี และร้ายแตกต่างกันออกไป จะมีใครกันบ้าง และผลงานเป็นอย่างไรเรารวบรวมมาให้ได้ติดตามกันที่นี่


ธีราทร บุญมาทัน

การเข้ามาของ มิโลวาน ราเยวัช ทำให้นักเตะตัวหลักหลายคนต้องถูกปรับตำแหน่งในสนามใหม่นั่นรวมถึงแบ็คซ้ายเบอร์หนึ่งของไทยอย่างเขาด้วย

เป็นที่รู้กันดีว่า ธีราทร บุญมาทัน คือหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดแห่งยุคเติมเกมได้ยอดเยี่ยมมีทีเด็ดทีขาด และวางบอลได้แม่นยำที่พร้อมจะเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกริมเส้นให้น่ากลัวกว่าเดิม ทว่ากุนซือชาวเซอร์เบียไม่ได้เห็นอย่างนั้นเมื่อมองว่าดาวเตะจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด จะสร้างประโยชน์ให้ทีมได้มากขึ้นเมื่อได้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์แทน

จริงอยู่ที่เขาผ่านบอลได้ยอดเยี่ยม และแม่นยำสามารถถ่ายบอลออกซ้ายขวาเปลี่ยนแกนได้ดี แต่หากเทียบกับตำแหน่งเดิมเมื่อถูกส่งลงเล่นจริงๆแม้ว่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เขาสามารถเพิ่มศักยภาพได้ดีกว่าในการลงเล่นตำแหน่งเดิม เพราะเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าแถมยังโชว์ลูกเก่งอย่างการครอสบอลจากด้านข้างได้ดีกว่าอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังเคยจับเขาขึ้นเป็นเล่นปีกซ้ายด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันก็ยังต้องรอลุ้นว่าในศึกเอเชียน คัพ หนนี้ ราเยวัช จะจับเขาเล่นตำแหน่งใด เพราะแบ็คซ้ายที่มาแทนเขาอย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ กำลังทำผลงานดีวันดีคืนที่อาจจะทำให้กุนซือชาวเซอร์เบียตัดสินใจส่งลงสนามพร้อมกันทั้งคู่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนใดคนหนึ่งถูกจับไปเล่นตำแหน่งอื่นแทน


สรรวัชญ์ เดชมิตร

เขาน่าจะเป็นผู้ที่เคยถูก มิโลวาน ราเยวัช ปรับตำแหน่งเยอะที่สุดในทีมชุดนี้

ผลงานที่ผ่านมาในระดับสโมสรแสดงให้เห็นว่าเขาคือสุดยอดกองกลางจอมสร้างสรรค์เกมที่หาตัวจับยาก และเป็นผู้เล่นสไตล์เชิงสูงเล่นบอลสวยงามวางบอลได้ยอดเยี่ยม แต่ก่อนหน้านี้ในนามทีมชาติเขายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นั่นทำให้กุนซือชาวเซอร์เบียต้องพยายามหาทางปรับเขาไปเล่นตำแหน่งอื่นเพื่อรีดศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่

โดย สรรวัชญ์ เคยถูกปรับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางรวมถึงเพลเมคเกอร์หลังกองหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่อาจเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ ก่อนที่จากนั้นจะถูกจับไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้าย ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดมากนัก เพราะสไตล์การเล่นของกองกลางจาก “แข้งเทพ” คือตัวจ่ายบอลไม่ใช่ตัววิ่งทำเกมด้านข้างยิ่งไปกว่านั้นในตำแหน่งใหม่ดังกล่าวทำให้เขาต้องไล่บอลคู่แข่งมากกว่าเป็นคนครองบอลด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุด ราเยวัช ตัดสินใจหุบเขาเข้ามารับบทจอมทัพอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเมื่อ สรรวัชญ์ เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ผ่านมาเมื่อจัดการแอสซิสต์เป็นว่าเล่น และแทนการขาดหายไปของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้อย่างไร้ที่ติ


ธนบูรณ์ เกษารัตน์

เดิมที ธนบูรณ์ แจ้งเกิดเต็มตัวมากับตำแหน่งกองกลางตัวรับในทีม บีอีซี เทโรศาสน

ธนบูรณ์ เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้ดุดันเข้าบอลหนักหน่วง และเด็ดขาดรวมถึงยังสามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งด้วยการขึ้นไปยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้รุนแรง อย่างไรก็ตามในยุคของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เขาถูกถอยลงมาเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟแทน ซึ่งผลที่ออกมาคือทำได้ยอดเยี่ยมจนกลายเป็นกำลังสำคัญในตำแหน่งนี้ไปโดยปริยาย

หลังการเข้ามาของ มิโลวาน ราเยวัช ด้วยความที่ได้ค้นพบคู่หูเซนเตอร์ฮาล์ฟใหม่อย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่เล่นเข้าขาลงตัวทำให้ ธนบูรณ์ ถูกกุนซือชาวเซอร์เบียจับมาเป็นกองกลางตัวรับอีกครั้ง และทำให้เขาได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยบอกว่าถนัดที่สุดตั้งแต่เล่นมาอีกต่างหาก

ที่สำคัญเขาได้เล่นคู่กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จนท้ายที่สุดกลายเป็นยอดคู่หูมิดฟิลด์ตัวรับที่เปลี่ยนให้ไทยมีแดนกลางที่แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาคอยเก็บกวาดก่อนถึงพื้นที่ด้านหลัง และยังช่วยสร้างสรรค์เกมรุกในบางช่วงได้อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งที่ทำให้ทัพช้างศึกแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง


ชนาธิป สรงกระสินธ์

เราอาจจะเห็นหลายๆเกมที่ ราเยวัช ตัดสินใจเปลี่ยน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ออกจากสนามช่วงท้ายเกมบ่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่กุนซือาวเซอร์เบียต้องการลองแทคติกใหม่ๆ

ขณะเดียวกัน ราเยวัช เองก็เคยต้องการให้ ชนาธิป เล่นในตำแหน่งอื่นนอกจากมิดฟิลด์ตัวปั้นเกมด้วยเช่นกัน โดยในช่วงซ้อมก่อนอุ่นเครื่องกับจีนเขาถูกจับออกไปเล่นเป็นปีกซ้าย ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยเล่นในทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร มาแล้ว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการที่กุนซือชาวเซอร์เบียหวังให้ความคล่องตัวความเร็ว และกานผ่านบอลของ ชนาธิป มาช่วยเดินเกมรุกริมเส้นให้อันตรายมากขึ้น แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่เวิร์คเท่าไหร่เมื่อต่อมาในการแข่งจริงๆเขาก็ถูกจับมาเล่นเป็นจอมทัพของช้างศึกเช่นเดิม

ยิ่งไปกว่านั้นเดิมทีการที่เขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายในทีมซัปโปโรก็ทำให้ดาวเตะเบอร์ 18 ทำอะไรได้ไม่ถนัด ก่อนจะถูกจับมาเล่นเป็นเพลเมคเกอร์ที่ต่อมาได้ทำให้เขาสร้างชื่อกระหึ่มในญี่ปุ่น และเพิ่งสร้างความยิ่งใหญ่เมื่อถูกเลือกติดทีมเจลีก 2018 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ


ศุภชัย ใจเด็ด

หลังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม มิโลวาน ราเยวัช ไม่ลังเลที่จะดึงเขามาร่วมทัพด้วยทันที

แม้วัยจะยังน้อย แต่ฝีเท้าของเขาอันตรายไม่แพ้ใคร เดิมทีในปีที่ผ่านมากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขาเคยถูกจับไปเล่นทั้งกองหน้า และกองกลางตัวรับ ซึ่งก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง และมีส่วนพา “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ก่อนที่ในรายการเอเชียนเกมส์ล่าสุด ศุภชัย ใจเด็ด จะถูกปลุกความเป็นเพชรฆาตดาวยิงอีกครั้งหลังโชว์ผลงานได้ไร้ที่ติในทัวร์นาเม้นดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในทีมของ ราเยวัช ส่วนใหญ่เขาถูกจับไปเล่นริมเส้นรวมถึงกองหน้าฝั่งซ้ายเสียมากกว่าเพื่อเป็นตัวคอยซัพพอร์ทดาวยิงรุ่นพี่อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ถูกวางเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแทน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยมแถมยังยิงประตูในสีเสื้อทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อีกด้วย


Powered by UFABET

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน